ส่วนรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือ สร้างแนวทางใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการกระจายอำนาจมากเท่าที่ควร สร้างความชะงักงันต่อกระบวนการการกระจายอำนาจ ขาดหลักการสำคัญ คือ การให้อิสระแก่ อปท. แต่ให้ความสำคัญกับการบริหารงานโดยราชการส่วนกลางและภูมิภาคอย่างชัดเจน โดยสถานการณ์หลังการเลือกตั้งในปี 2566 เชื่อว่าจะมีการเสนอให้ทบทวนหรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ บางส่วน หรือทั้งฉบับ จึงเป็นการสมควรที่สมาคม อปท. ทั้ง 3 จะมีการเตรียมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลในอนาคต
โดยมีสาระสำคัญ คือ เจตจำนงของรัฐธรรมนูญที่จะส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง โดยให้หลักความมีอิสระภายใต้การกำกับดูแลเท่าที่จำเป็น กำหนดมาตรการสำคัญ เพื่อการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เช่น มาตรการทางรายได้ การบริหารงานบุคคลการมีส่วนร่วมของประชาชน การย้ายอำนาจการกำกับดูแลมาไว้ที่ประชาชน การพัฒนารูปแบบการทำงานใหม่ๆ เช่น
สหการ การทำงานร่วมกับเอกชน วิสาหกิจท้องถิ่น องค์การมหาชนท้องถิ่น การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เพื่อตอบสนองศักยภาพของพื้นสภาพบังคับ โดยกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ในการตรากฎหมายเพื่ออนุวัตรตามรัฐธรรมนูญ
นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ และนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือกันในวันนี้ของทั้ง 3 สมาคม เป็นการจับมือร่วมกันทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเน้นการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกันจะมีการเสนอให้มีการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวดที่เกี่ยวกับองค์กรส่วนท้องถิ่น ก่อนย้ำว่ารธน.ฉบับปี 2560 มีปัญหา ไม่มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง อำนาจถูกดึงกลับ บริหารงานแบบรวมศูนย์ ซึ่งจุดนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขคืนอำนาจให้ท้องถิ่น
นายสมชาย ยืนยันว่า หากมีการแก้ไขไปในทิศทางที่ถูกต้อง คนที่จะได้รับประโยชน์คือประชาชน และทุกนโยบายท้องถิ่นจะรู้ดีมากกว่าส่วนกลางว่า ประชาชนต้องการอะไร ส่วนในการเลือกตั้งใหญ่ที่จะถึงนี้ ตนมองว่านโยบายท้องถิ่นของแต่ละพรรคการเมืองมีความสำคัญ และจะส่งผลต่อการยอมรับของประชาชนด้วย