ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า สถานการณ์ปัจจุบันภัยคุกคาม รูปแบบใหม่เข้ามาจำนวนมาก ทั้งภัยไซเบอร์ และภัยจากต่างประเทศ กอ.รมนเป็นเพียงช่องทางหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหา เหมือนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องมีกฎหมายคุ้มครองดูแลเจ้าหน้าที่
โดยนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า การดำเนินการใดๆ จะต้องมีความสุจริต อาจฟังดูง่าย คนไทยทุกคน ต้องเข้าใจว่าเราจะร่วมมือกันได้อย่างไร หลายอย่างเป็นปัญหายาวนาน ต้องช่วยแก้ไข
เมื่อถามว่าหลายคนมีข้อกังวลว่า อาจจะใช้กอ.รมน. ในทางการเมือง นายกรัฐมนตรี ตอบกลับทันทีว่า ตนก็ชี้แจงอยู่นี่ไงว่ากอ.รมน.ทำอะไรบ้าง ไปจับกุมใครหรือเปล่า
เมื่อถามย้ำว่าในระดับพื้นที่มีการใช้กอ.รมน.ในการเผยแพร่ เรื่องการเมืองกับชาวบ้าน นายกรัฐมนตรี ย้อนถามว่า"นั่นสิ แล้วมันผิดไหมเล่า ตอบมาสิ เขาทำผิดหรือไม่ หากทำผิดก็ต้องดำเนินคดี ประเทศนี้ โลกนี้อยู่ด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ทำอะไรก็ได้ ละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ไม่ใช่มั้ง และจะย้อนถามสื่อมวลชนอีกว่า คุณต้องการให้ประเทศชาติวุ่นวาย สับสนอลหม่านหรือเปล่าล่ะ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต้องมีกฎหมาย บอกมาเลยว่านายกฯไม่ต้องทำหรอกครับ จะได้ไม่ต้องทำ"
เมื่อสื่อข่าวถามย้ำว่า ในมิติด้านความมั่นคงอาจจะดูครอบคลุมเยอะ นายกรัฐมนตรี เบือนหน้าหนีและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ในทันที
โดยระหว่างที่นายกรัฐมนตรีอยู่บนรถได้ย้ำกับผู้สื่อข่าวว่า เริ่มต้นวันดีๆหน่อย ก่อนที่จะโบกมือให้ผู้สื่อข่าวและเดินทางกลับในทันที
ขณะที่พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไป ที่มีการพาดพิงถึงกองทัพหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปกองทัพ จากเหตุการณ์ยิงโคราช ซึ่งพลเอกณรงค์พันธ์ ตอบอย่างอารมณ์ดี ว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ค่อยพูดคุยกันวันจันทร์ เนื่องจากมีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์