นายกรัฐมนตรี สอบถามถึงที่ดินแปลงหนึ่งที่มีการไปล้อมรั้วลวดหนาม บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปหรืออย่างไร พร้อมถามว่า โอเคและพอใจหรือไม่ ตนมาประสานให้ทุกอย่างเดินหน้า ไม่ได้มาทำเพื่อให้ทุกคนรักตน หากจะรักก็รักแยู่แล้ว แต่ทำให้ถูกต้อง ตนมาประสาน เพื่อให้ดำเนินงานต่อไปให้ได้ ไม่ได้ทำเพื่อเอาใจ หากสำเร็จต้องให้เครดิตกับผู้ว่าฯ และคณะทำงาน อย่าไปโกรธกัน โกรธกันไม่ได้ เพราะต้องรักษากฎหมาย
หลักนิติศาสตร์กับรัฐศาสตร์ต้องเดินคู่กัน หากขัดแย้งกันบ้านเมืองก็เดินต่อไปไม่ได้ ต้องสร้างความรักความสามัคคี จะบอกว่ารักนายกฯ หรือไม่ชอบผู้ว่าฯ ก็ไม่ได้ ต้องมีกฎหมายดูแล
ขณะที่ชาวบ้านบอกว่า รู้สึกดีใจ ที่นายกฯ ลงมาดูด้วยตัวเอง ที่ผ่านมานอนไม่หลับ ถ้านายกฯไม่มา อาจทำให้ถูกตัดสิทธิ์ได้ พร้อมกันนี้ มีชาวบ้าน สวมกอดนายกฯ และขอถ่ายรูปบอกว่า นายกฯ หล่อกว่าในทีวี อีกทั้งมีชาวบ้านขอหอมแก้ม แต่นายกฯ บอกว่า โควิดยังมีอยู่จึงให้ถ่ายรูปด้วยเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนชาวบ้านอีก 6 คน ขอให้นายกฯ แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินที่ทับซ้อนกับที่ดินของรัฐ มีชาวบ้าน 95 ครอบครัว ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ ปัญหานี้ชาวบ้านเข้ามาทำกินในพื้นที่ก่อนปี 2506 ที่ภาครัฐเข้ามาจัดระเบียบ ประกาศเป็นพื้นที่ป่าสงวน ทำให้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ชาวบ้านใจเย็น ตอนนี้กำลังอยู่ในกติกา ที่กำลังแก้อยู่ และจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณา
นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเดินทางกลับ ว่า วันนี้ ( 24 ม.ค.66 ) ตนพูดในนามรัฐบาล ไม่ได้มาหาเสียง หน้าที่ของนายกรัฐมนตรี คือให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทั่วประเทศ การลงพื้นที่ครั้งนี้ จะนำแนวทางไปใช้กับพื้นที่อื่นด้วย จะจัดระเบียบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งมีปัญหาอยู่มาก ชาวบ้านมีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ แต่นายกในฐานะประธาน คทช. ก็ได้มารับฟังปัญหาแล้ว แก้ไขเพื่อลดความขัดแย้ง ให้ชาวบ้านได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ซึ่งทั้งหมดคือหน้าที่ของรัฐบาล
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ใช้รถฟอร์จูนเนอร์ สีดำ เลขทะเบียน กฉ 4212 ยะลา