พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงการดำเนินงานต่าง ๆ และการใช้จ่ายงบประมาณต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังรอบคอบ ถูกต้องตามกฎ ระเบียบ และกฎหมาย โดยคำนึงให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและเทศชาติ โดยเฉพาะสิ่งสำคัญในการจัดที่ดินทำกินให้กับประชาชนต้องเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ไร้ที่ทำกินอย่างแท้จริง
โดยดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และถูกต้องตามกฎหมายที่มีอยู่ โปร่งใส ประชาชนยอมรับได้ รวมทั้งขอให้มีการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในการไม่ไปทำเกษตรและปลูกพืชต่าง ๆ ในพื้นที่ที่ไม่ถูกฎกหมาย แต่ต้องดำเนินการในพื้นที่ที่ถูกกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าจากต่างประเทศในการส่งออกผลผลิตและผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรไปยังต่างประเทศ
ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ดังนี้
รับทราบผลการดำเนินงานการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ซึ่งมีความก้าวหน้าโดยลำดับ ได้แก่ (1) กำหนดพื้นที่เป้าหมายแล้ว 1,491 พื้นที่ 70 จังหวัด 5,792,145 - 1 - 71.75 ไร่ (2) ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 419 พื้นที่ 1,559,549 - 3 - 95.86 ไร่ (3) จัดคนเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว 78,109 ราย 96,536 แปลง ใน 354 พื้นที่ และ (4) ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้วใน 271 พื้นที่ 65 จังหวัด
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบต่อผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) ในพื้นที่กลุ่มที่ 3 จำนวน 11 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ สระแก้ว สุรินทร์ อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ และเลย (ยกเว้นกรณีแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่) และมอบหมายให้ สคทช. นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป
รวมทั้งเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดนครราชสีมา และปราจีนบุรี (กรณีเร่งด่วน) ดังนี้
(1) เห็นชอบต่อผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) ของพื้นที่กรณีอุทยานแห่งชาติทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดิน และให้ สคทช. นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป (2) มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนโยบายแนวทางและมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินรับเรื่องไปพิจารณา กรณีพื้นที่นอกแนวเขตที่กรมป่าไม้ส่งมอบให้ ส.ป.ก. (แต่อยู่ภายในเขตเส้นปรับปรุงปี พ.ศ. 2543) ว่าควรใช้แนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมอย่างไร
และนำเรื่องเสนอ คทช. พิจารณา ผลเป็นประการใด ให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป แล้วแจ้งคณะอนุกรรมการ One Map ทราบและพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
อีกทั้ง ที่ประชุมเห็นชอบการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท กรณีป่าสงวนแห่งชาติป่าพระแท่นดงรัง ในพื้นที่ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ทับซ้อนกับวัดพระแท่นดงรังวรวิหาร โดยให้กรมป่าไม้ เพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติป่าพระแท่นดงรัง (บางส่วน) เนื้อที่ประมาณ 193 ไร่ เพื่อให้เป็นอาณาเขตของวัดพระแท่นดงรังฯ และเป็นที่ธรณีสงฆ์ และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้พิจารณาดำเนินการต่อไป