เมื่อเร็วๆ นี้มีความเคลื่อนไหวเป็น "ดีลลับใหม่" ระหว่าง "นักธุรกิจใหญ่" ระดับนำของประเทศ กับ"พรรคเพื่อไทย" โดยมีเป้าหมายเพื่อ "ดับซ่าภูมิใจไทย" เพราะนักธุรกิจท่านนี้ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเสียประโยชน์ และมองว่าตนเองถูกกลั่นแกล้งจากการบริหารงานกระทรวงสำคัญในความดูแลของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย
"นักธุรกิจใหญ่" ท่านนี้ "รับหน้าเสื่อ"หา ส.ส.มาเติมให้เพื่อไทยอีก 30 ที่นั่ง โดยเปิดดีลย่อยคุยกับ ส.ส.ปัจจุบัน และว่าที่ผู้สมัครเกรด A ไม่ต่ำกว่า 30 คน จาก 3 กลุ่มหลักๆ คือ
1.กลุ่มว่าที่ผู้สมัครเมืองกาญจน์ หรือ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมี ส.ส. 5 คนจาก 5 เขต ในการเลือกตั้งปี 62 เป็นของพลังประชารัฐ 4 จาก 5 ที่เหลือ 1 เขตเป็นของประชาธิปัตย์
การเลือกตั้งหนหน้า "กาญจนบุรี"ยังมี ส.ส.เท่าเดิม และ ส.ส.ปัจจุบันส่วนใหญ่ย้ายเข้าพบพรรคภูมิใจไทย
แต่จากการทำโพลในพื้นที่ พบว่ากระแสพรรคเพื่อไทยมาแรง โดยเฉพาะหลังจาก "หมอหนุ่ย" สุรพงษ์ ปิยะโชติ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ประกาศชัยชนะ คว้าเก้าอี้นายก อบจ.เมืองกาญจน์ เมื่อปี 63 ด้วยคะแนนชนะขาด (ชนะเกือบแสนคะแนน) ทำให้มีการเตรียมการจัดทีมผู้สมัคร 5 คนลงชนกับ"ภูมิใจไทย"และ"ประชาธิปัตย์" โดยอาศัยฐานเสียงของ “หมอหนุ่ย” และกระแสพรรคเพื่อไทย โดยมี "นักธุรกิจใหญ่" ให้การสนับสนุนแบบไม่อั้น ขอแค่ให้จัดหนัก ชนิดที่ "ผู้สมัครภูมิใจไทย" ร่วงทั้งหมดเป็นพอ , งานนี้จึงมีลุ้นได้เติมอีก 5 ที่นั่ง
2.กลุ่มแปรพักตร์ มีข่าวว่ามีการเปิด "ดีลลับ" ดูด ส.ส.ภูมิใจไทย ให้ย้ายไปอยู่เพื่อไทย หลังจากยุบสภา โดยอาศัยจังหวะนายกฯประกาศยุบสภา เปิดตัว ย้ายพรรค (ฝ่ายที่เดินเกมนี้เชื่อว่านายกฯจะยุบสภา ไม่อยู่จนครบวาระ) ซึ่งด้านหนึ่งจะเป็นการสร้างกระแสตบหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกมองว่าเป็นพรรคที่เชี่ยวชาญการดูด แต่คราวนี้เจอดูดกลับ และเป็น ส.ส.เกรด A ด้วย จนอาจส่งผลให้เป้าหมายที่ตนเองตั้งไว้ พลาดเป้า แต่ไปเพิ่มแต้มให้พรรคเพื่อไทย ในฐานะคู่แข่งสำคัญแทน
3. "กลุ่มพลังชล" จากค่ายชลบุรี ซึ่งมีว่าที่ผู้สมัครครอบคลุมทั้งชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ปัจจุบันกลุ่มพลังชลอยู่กับพลังประชารัฐ แต่ที่ผ่านมาเกือบจะ "ปิดดีล" กับพรรคเพื่อไทยแล้ว เมื่อมีแรงหนุนจาก"นักธุรกิจใหญ่" ทำให้มีข่าว "ดีลจล-ครบเครื่อง" โดยแรงจูงใจนอกจากสปอนเซอร์แล้ว ก็คือผลโพลคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยในภาคตะวันออกที่มาแรงมาก เพราะประชาชนอยากให้การเมืองเปลี่ยนแปลง
การดึง "กลุ่มพลังชล" เข้าเพื่อไทย เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว เพราะนอกจากจะมีโอกาสเพิ่ม ส.ส.ให้ตัวเองแล้ว ยังเป็นการลด ส.ส.ของคู่แข่งอย่างรวมไทยสร้างชาติ ในสายของ "เสี่ยเฮ้ง"สุชาติ ชมกลิ่น ด้วย
นี่คือ "ดีลใหม่" ที่เกี่ยวโยงกับพรรคเพื่อไทย ภายหลังแรงสนับสนุนของ "นักธุรกิจใหญ่" ที่มีโจทย์การเมืองชัดเจนเพียงหนึ่งเดียวว่า ภูมิใจไทยต้องไม่ได้เป็นรัฐบาลอีกต่อไป
ข่าวที่ปรากฏมาก่อนหน้านี้ที่ว่า "พรรคชาติไทยพัฒนา" พร้อมสะวิงไปจับมือกับเพื่อไทย ซึ่งแม้แต่ "คนแดนไกล" เคยพูดก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากดีลของนักธุรกิจใหญ่รายเดียวกันนี้เช่นกัน