4. เบี้ยปรับจะคิดได้ไม่เกิน 5% ต่อปี และให้คิดเบี้ยปรับจากยอดหนี้ที่ผิดนัดชำระเท่านั้น ส่วนหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระผู้ให้เช่าซื้อไม่สามารถนำมาคิดเป็นเบี้ยปรับได้ (จากเดิมผู้ประกอบการส่วนใหญ่นำหนี้ทั้งก้อนไปคิดเป็นเบี้ยปรับ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้เช่าซื้อ)
5. ผู้เช่าซื้อยังคงต้องรับผิดในมูลหนี้ที่ขาดอยู่ (ติ่งหนี้) ในกรณีนำรถถูกยึดออกขายทอดตลาดเฉพาะค่างวดที่ขาดเฉพาะเงินต้นเท่านั้น ไม่สามารถเรียกดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดได้ (เดิมต้องรับผิดชอบค่างวดที่ค้างอยู่ตามสัญญาประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ)
และถ้าจำนวนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดกับจำนวนเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ผ่อนชำระไปแล้วสูงกว่ามูลหนี้ตามสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อต้องคืนส่วนที่เกินให้ผู้เช่าซื้อ
สำหรับในเดือนกุมภาพันธ์ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้ประกอบการและผู้ทำธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากการบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ว่าด้วยเรื่องหุ้นส่วนบริษัทเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ เหมาะกับปัจจุบันที่มีการติดต่อสื่อสารง่ายดายเพราะการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่เป็นระบบในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีสาระสำคัญ คือ
1. ลดจำนวนผู้เริ่มก่อการและตั้งบริษัทเหลือเพียงตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จากเดิมตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปที่บังคับใช้มา 1 ปี นับแต่ปี 2551
2. การประชุมกรรมการสามารถดำเนินการโดยการติดต่อสื่อสารด้วยเทคโนโลยีอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมายว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยกรรมการไม่ต้องปรากฏตัวในที่ประชุม และให้นับเป็นองค์ประชุมและมีสิทธิออกเสียงในการประชุม
3. คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ในกรณีที่บริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือสามารถโฆษณาในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงได้
“การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เป็นแนวทางที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญและติดตามให้มีการดำเนินการปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคนในสังคม” น.ส.ทิพานัน กล่าว