สไตล์ระยองฮิ “ปิยะ” สีน้ำเงิน ลูกคว้า สส. “สาธิต” สีฟ้าตามสูตรรุมกินโต๊ะส้ม
12 เม.ย. 2569

ตระกูลปิตุเตชะแบ่งผู้เล่น 2 ทีม “ปิยะ” ขั้วน้ำเงินได้โบนัสลูกชายเป็น สส. “สาธิต” ภักดีสีฟ้า สไตล์บ้านใหญ่ระยอง
Exclusive
12 เม.ย. 2569

ตระกูลปิตุเตชะแบ่งผู้เล่น 2 ทีม “ปิยะ” ขั้วน้ำเงินได้โบนัสลูกชายเป็น สส. “สาธิต” ภักดีสีฟ้า สไตล์บ้านใหญ่ระยอง
12 เมษายน 2569 ครูใหญ่ตอบแทน ปิยะ ประมุขซุ้มระยองขั้วน้ำเงิน ดันทายาทนั่ง สส. สาธิตภักดีขั้วสีฟ้า สไตล์ปิตุเตชะแตกต่างแต่ไม่แตกแยก
เลือกตั้ง 69 ตระกูลปิตุเตชะแห่งบ้านค่าย แบ่งผู้เล่น 2 ทีม สวมเสื้อภูมิใจไทย และ ปชป. แยกกันเดินรุมกินโต๊ะส้ม
มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในค่ายน้ำเงิน “กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ ไปรับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้มีการเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อขึ้นมาทำหน้าที่แทน
ปรากฏว่า “ปิติ ปิตุเตชะ” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 21 จะขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อคนใหม่
“ปิติ” เป็นลูกชายคนโตของ “นายกช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง และมีศักดิ์เป็นหลาน สาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
การเลือกตั้ง สส.ระยอง ปี 2569 บ้านใหญ่ระยองตระกูล “ปิตุเตชะ” แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ทีม โดยทีม “นายกช้าง” เข้าสังกัดภูมิใจไทย และทีมสาธิตยังสังกัด ปชป.
ผลเลือกตั้ง สส.ระยอง ก็เป็นไปตามเป้าหมาย “ซุ้มบ้านค่าย” (ปิตุเตชะ) คว้าเก้าอี้ สส.ระยอง 2 คนคือ เขต 3 (อ.แกลง อ.เขาชะเมา) “กล้า” พศิน ปิตุเตชะ ค่ายสีฟ้า หลานชายปิยะ-สาธิต
เขต 4 (อ.บ้านค่าย อ.ปลวกแดง อ.วังจันทร์) “เทนท์” ฉัตรชัย ปิตุเตชะ ค่ายสีน้ำเงิน ซึ่งฉัตรชัยเป็นลูกชาย “เสี่ยทุ่น” ธารา ปิตุเตชะ อดีต สส.ระยอง 4 สมัย
เมื่อ “ปิติ” ลูกชายนายกช้าง ได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ เท่ากับฝั่งน้ำเงินมี สส. 2 คนในระยอง และเป็นไปตามคำสัญญาลูกผู้ชายของครูใหญ่เนวินกับนายกช้าง
การเลือกตั้ง สส.ระยอง ปี 2566 ตระกูล “ปิตุเตชะ” ผนึกกำลังกันสู้ค่ายส้ม โดยสองพี่น้อง “สาธิต-ธารา” นำทีมรุ่นใหม่ลงสนามด้วย ทั้ง พศิน ปิตุเตชะ และฉัตรชัย ปิตุเตชะ
พ.ศ.นั้น พายุสีส้มกวาดบ้านใหญ่ระยองตกทะเล “ยกตระกูล” แถมมีเลือกตั้งซ่อม ค่าย ปชป.ระยองฮิก็แพ้ส้มขาดลอย
หลังจากนั้น ภายในพรรคสีฟ้า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โบกมืออำลาพรรค สาธิตก็ลาออกตามไปด้วย
ตรงกันข้าม “เสี่ยทุ่น” ธารา ปิตุเตชะ อดีต สส.ระยอง กลับเลือกข้าง เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป.ในเวลานั้น และมีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ตามภารกิจ
“เสี่ยตี๋” สาธิต ผันตัวเองไปเป็นประธานสโมสรฟุตบอลระยอง เอฟซี ฉายา “ม้านิลมังกร”
ต้นปี 2568 บ้านใหญ่ระยองดับฝันค่ายส้ม “นายกช้าง” ปิยะ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ระยอง สมัยที่ 4
ปลายปีเดียวกัน อภิสิทธิ์คัมแบ็ก ปชป. “เสี่ยตี๋” ก็กลับพรรคเดิม ส่วน “นายกช้าง” และ “เสี่ยทุ่น” เบนหัวเรือไปสังกัดค่ายน้ำเงิน
นี่คือกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดของบ้านใหญ่ระยอง แตกต่างแต่ไม่แตกแยก ซึ่งเรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2544 และปี 2548
ยุทธจักรบูรพา ชลบุรีมี “กำนันเป๊าะ” บ้านใหญ่แสนสุข ระยองก็มี “กำนันสาคร” บ้านใหญ่แห่งบ้านค่าย
ชื่อเสียง “สาคร ปิตุเตชะ” กำนันตำบลบางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โด่งดังไปทั่วภาคตะวันออก ซึ่งเป็นผู้นำที่เด็ดขาด กล้าตัดสินใจ
ช่วงปี 2528-2538 กำนันสาคร ส่งลูกชาย ปิยะ ปิตุเตชะ ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ทำให้ชื่อ สจ.ช้าง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
ต่อมา “สจ.ช้าง” ลงเล่นการเมืองระดับชาติ โดยเป็น สส.ระยอง 3 สมัย (ชาติพัฒนา 2 สมัยและชาติไทย 1 สมัย)
เลือกตั้ง 6 ก.พ.2544 เป็นเลือกตั้งเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว ตระกูล “ปิตุเตชะ” สร้างความแปลกใจให้คนระยอง
เมื่อ “ตี๋” สาธิต สมัคร สส.ระยอง เขต 1 พรรค ปชป. ส่วนพี่ชาย ปิยะ สมัคร สส.ระยอง เขต 3 พรรคชาติไทย ทั้งสาธิตและปิยะได้เป็นผู้แทนฯทั้งคู่ แต่อยู่คนละพรรค
ปี 2548 ปิยะ หันไปลุยสนามท้องถิ่นนั่งนายก อบจ.ระยอง และหนุนน้องชาย “เสี่ยทุ่น” ธารา สวมเสื้อพรรคไทยรักไทย ลงสนามแทนตัวเอง และได้เป็น สส.ระยอง เขต 3 สาธิตสวมเสื้อ ปชป.ตัวเดิมแต่สอบตก
ทั้งในการเลือกตั้งปี 2550 และปี 2554 ตระกูลปิตุเตชะ กลับมาหลอมรวมใจสวมเสื้อสีฟ้า และนำทีม ปชป.ชนะยกจังหวัด
ในวันที่พรรคส้มยังครองใจคนเมืองระยอง คว้า สส. 3 ที่นั่ง ส่วนซุ้มบ้านใหญ่ได้ 2 ที่นั่ง แต่อยู่คนละพรรค ตามกลยุทธ์แยกกันเดินรวมกันกินโต๊ะส้ม
ข่าวล่าสุด