เนชั่นทีวี

ข่าว

กกต.ขยับเชิญ “ดร.ณัฏฐ์” เป็นพยานคดีเลือกตั้งโมฆะจากบาร์โค้ด

12 เม.ย. 2569

กกต.ขยับเชิญ “ดร.ณัฏฐ์” เป็นพยานคดีเลือกตั้งโมฆะจากบาร์โค้ด

เปิดเบื้องลึกคดีเลือกตั้งโมฆะ! กกต.เชิญ "ดร.ณัฏฐ์" มาเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย เข้าพบ 16 เม.ย. นี้ สู้ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ทำเลือกตั้งไม่เป็นความลับ?

12 เมษายน 2569 สัปดาห์หน้า หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ มีความเคลื่อนไหวคดี “เลือกตั้งโมฆะ” ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ​ โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.​ได้ประสานให้ ศาสตราจารย์ ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งใน “พยาน” ของฝ่าย กกต. เพื่อขึ้นให้การต่อศาล หรือส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์ “บาร์โค้ด - คิวอาร์โค้ด” ถูกกล่าวหาทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับตามรัฐธรรมนูญมาแล้ว 

 

ล่าสุดมีข่าวเพิ่มเติมว่า ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ได้ประสานแจ้งไปยัง “ดร.ณัฏฐ์” ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ให้เป็น “พยานผู้เชี่ยวชาญ” ในดดีเลือกต้ังโมฆะเช่นเดียวกัน

 

เบื้องต้นมีการแจ้งนัดไปยัง ดร.ณัฏฐ์ เข้าให้ข้อมูลกับ กกต. ในวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน เวลา 13.00 น. ที่สำนักงาน กกต. 


เป็นที่น่าสังเกตว่า พยานฝ่าย กกต.​โดยเฉพาะ “พยานผู้เชี่ยวชาญ” ซึ่งเป็นนักวิชาการ ทั้งด้านรัฐศาสตร์และกฎหมาย ที่สำนักงาน กกต.ประสานให้ไปเป็นพยานนั้น ล้วนเคยแสดงความเห็นผ่านสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์ว่า การพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ไม่ส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ และไม่เป็นโมฆะ รวมถึงไม่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด 


“ดร.ณัฏฐ์” ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน

โรงพิมพ์เครียดเจอเรียกแจงศาล ปี 66 ไร้บาร์โค้ด

 

มีรายงานด้วยว่า สำนักงาน กกต.ได้ประสานไปยังโรงพิมพ์บางแห่ง ที่ได้รับการว่าจ้างจาก กกต.ให้เป็นผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งไม่มีการพิมพ์ “บาร์โค้ด” ลงบนบัตร ให้ขึ้นให้การเป็นพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วย โดยมีการร้องขออย่างไม่เป็นทางการ ให้โรงพิมพ์ให้การในทางที่เป็นประโยชน์กับสำนักงาน กกต.​

 

กล่าวคือ ทาง กกต.มีการให้พิมพ์บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง แต่โรงพิมพ์ไม่จัดพิมพ์ เพราะไม่สามารถทำได้ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ระยะเวลาจำกัด

 

แต่ฝ่ายโรงพิมพ์เกรงว่า หากให้การในแบบที่ กกต.ต้องการ อาจทำให้โรงพิมพ์ถูกฟ้องร้องในภายหลังว่า ไม่ได้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง ตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ กลายเป็นฝ่ายโรงพิมพ์ทำผิดสัญญาหรือไม่ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทีโออาร์ หรือเงื่อนไขการประกวดราคาพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ปี 2566 ไม่ได้มีกำหนดให้ต้องพิมพ์เครื่องหมายคิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด ลงบนบัตรเลือกตั้งแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ฉะนั้นจึงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า หากโรงพิมพ์ยืนยันว่า ตนได้จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เมื่อปี 2566 ตาม ทีโออาร์ ทุกอย่าง ตามที่ “ข่าวข้นคนข่าว” เคยเป็นสื่อแรกที่เปิดทีโออาร์โครงการจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งปี 2566 มาแล้ว (ซึ่งไม่มีการกำหนดให้พิมพ์คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง) จะส่งผลให้ศาลมองว่า การจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งของ กกต. ในปี 2566 และ 2569 เป็นคนละรูปแบบกัน และเป็นการเพิ่มเครื่องหมายลงบนบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งปี 2569 จนกลายเป็นพิรุธ หรือทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ แตกต่างจากการเลือกตั้งปี 2566 หรือไม่