เนชั่นทีวี

การเมือง

เปิดมุมมองทิศทางการเมืองปีกระต่ายทอง

31 ธ.ค. 2565 | thanita_boo

เปิดมุมมองทิศทางการเมืองปีกระต่ายทอง

นักวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า มองทิศทางการเมืองไทยยังมีหวัง ชี้สิ่งที่ประชาชนต้องการมากสุดคือนักการเมืองที่มีสำนึกรับผิดชอบ  หาเสียงแล้วทำได้จริง

31 ธันวาคม 2565 ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า  กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าท้ายหลายด้าน ทั้ง สังคม เศรษฐกิจ การเมือง   การเมืองยังไม่มั่นคง  เนื่องจากสภาฯประชุมได้บ้างไม่ได้บ้าง  ทำให้กฎหมายบางฉบับชะงัก  รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี การเคลื่อนย้ายของนักการเมือง  ซึ่งยังมองไม่เห็นทิศทางที่จะไปต่อจากนี้

 

ส่วนการเลือกตั้งในครั้งหน้าจะเป็นทางออกให้กับประเทศไทยได้หรือไม่นั้น ดร.ถวิลวดี กล่าวว่า  เราต้องการผู้นำที่มาโดยวิถีประชาธิปไตย เข้าไปทำหน้าที่แทนเราในสภา ดังนั้นจะทำอย่างไรให้มีตัวแทนของเรา ความคิดของเราเข้าไปอยู่ในสภา เราก็ต้องเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายเดียวกันกับเรา ผู้สมัครที่มีความตั้งใจไปเดินหน้านโยบายเหล่านั้น และมีสำนึกรับผิดชอบต่อประชาชน  ซึ่งเป็นหน้าที่พรรคการเมืองจะต้องไปสรรหาผู้สมัครที่มีความเหมาะสม

ส่วนอนาคตเราสามารถกำหนดได้จากการเลือกตั้งจริงหรือไม่นั้น การเลือกตั้งก็ส่วนหนึ่ง ประชาชนก็ส่วนหนึ่ง ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน และขึ้นอยู่กับว่าพรรคการเมืองไหนจะได้เป็นรัฐบาล และพรรคนั้นมีการเดินหน้าประเทศไทยด้วยนโยบายที่เป็นประโยชน์กับสาธารณชน สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ประเทศไทยจะยืนจุดไหน พรรคที่เข้ามาพรรคต้องมองถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะเราต้องการเปิดประเทศ  และที่สำคัญคือ ทุน  ระบบทุนที่จะเข้ามาครอบงำมีเยอะ การเมืองไม่สามารถจะจัดการกับทุนเหล่านี้ได้ เพราะทุนมีอำนาจเหนือการเมือง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งมีอิทธิพลกับประเทศ เราจะเตรียมการรองรับเรื่องเหล่านี้อย่างไร

 

สำหรับสิ่งที่เป็นความท้าทายของนักการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า คือ จะเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้อย่างไร  เพราะขณะนี้ประชาชนเริ่มขาดความเชื่อมั่นในคนที่จะเข้ามาเป็นผู้แทน  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อถามว่าจะสร้างความเชื่อมั่นเหล่านี้กลับมาได้อย่างไร ดร.ถวิลวดี กล่าวว่า การต้องสื่อสารประชาชนต้องการพลัง ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ที่สำคัญคือ เยาวชน เนื่องจากพบว่า คนที่รู้สึกไม่ค่อยพอใจมากที่สุดจะเป็นกลุ่มอายุ 18-25 ปี ที่จะมาหย่อนบัตรในปีหน้า  ย้ำว่าต้องสื่อสาร เปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วมเป็นหุ้นส่วน สร้างพลังทุกภาคส่วน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องมีมาตรการกลไกเฉพาะกลุ่ม  สร้างวัคซีนทางสังคม ให้สังคม ชุมชน มีภูมิคุ้มกันในตัว โดยไม่ต้องรอภาครัฐเข้ามาช่วย

 

อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ทิศทางการเมืองไทยในปีกระต่ายทอง ยังมีความหวังว่าการเมืองไทยต้องมีแสงสว่าง เราต้องให้กำลังใจกันและกัน เพื่อนำประเทศไทยไปสู่สังคมที่สันติสุข ต้องมองไปข้างหน้า โดยถอดบทเรียนจากประวิติศาสตร์  ซึ่งคนรุ่นใหม่ก็อยากจะเห็นแบบนั้น และพยายามที่จะเข้ามาช่วย แต่ต้องยอมรับว่ายังขาดประสบการณ์ เราต้องทำงานร่วมกัน  มองว่าคนที่พร้อมและมีประสิทธิภาพทางการเมืองสูงสุด คือกลุ่มที่มีอายุระห่าง 26-40 ปี คนกลุ่มนี้พร้อมช่วยประเทศไทย เพราะเชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้ ดังนั้นต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกวัยทุกGenได้ประสานทำงานร่วมกัน

ข่าวล่าสุด