ประเด็นที่สาม กำลังการผลิตของ OPEC หรือกลุ่มประเทศสมาชิกผู้ส่งน้ำมันออก มีผลการประชุมออกมาไม่ราบรื่นนัก โดยจะมีการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันเพียงวันละ 4 แสนบาร์เรล/วัน ต่ำกว่าการขยายตัวของปริมาณการบริโภคน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และยังมีทีท่าว่าจะลดลงต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 4 ของปี 2022 เลยทีเดียว
ประเด็นที่สี่ หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน นอกจากเป็นชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่รัสเซียยังเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติรายสำคัญ เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างสองชาติลุกลามจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง นาโต้-สหรัฐฯ กับ รัสเซียการส่งพลังงานจึงขาดตอน ความขัดแย้งนี้ถือเป็นสาเหตุสำคัญในการถีบตัวของราคาน้ำมันโลก
จากปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและยังคงไม่มีทีท่าจะคลี่คลายได้ในเร็ววัน
ความพยายามแก้ปัญหาช่วงเวลาวิกฤติจากผู้นำนานาประเทศ
แน่นอนว่าการพุ่งสูงของราคาน้ำมันไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนมากคาดหวัง หลายประเทศจึงเริ่มหาลู่ทางประนีประนอมเพื่อลดผลกระทบ ตั้งแต่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านในภาคพลังงาน ที่หากยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อภาคพลังงานได้สำเร็จ อิหร่านจะส่งออกน้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลเพื่อคลี่คลายปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันให้มากขึ้นในตลาดโลก
อีกทั้งยังมีความพยายามเจรจาระหว่าง เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เดินทางสู่รัสเซียเพื่อพบปะประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน หารือประเด็นด้านความขัดแย้งพรมแดนยูเครน เพื่อหาทางออกจากวิกฤติครั้งใหญ่ในยุโรปนับแต่ยุติสงครามเย็น โดยล่าสุดแนวโน้มการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดีจากท่าทีการแสดงออกของผู้นำทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ฤดูหนาวในยุโรปเองก็กำลังจะสิ้นสุดลงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ หรือก็คือเรากำลังอยู่ช่วงปลายฤดูหนาวของยุโรป เมื่อผ่านพ้นฤดูหนาวความต้องการใช้พลังงานภายในยุโรปย่อมลดลง อาจเป็นอีกหนึ่งตัวแปรช่วยบรรเทาสถานการณ์น้ำมันแพงที่เป็นอยู่
ฟังดูดีแต่ทั้งหมดเป็นเพียงแนวโน้มจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่อาจเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะในช่วงเวลาที่รัสเซียกำลังหารือกับฝรั่งเศสเอง ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯเองก็ยื่นคำขาดว่า หากมีรถถังหรือทหารของรัสเซียข้ามเขตแดนยูเครนมาแม้แต่นิดเดียว โครงการท่อส่งน้ำมันนอร์ดสตรีม 2 ของรัสเซียจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
นั่นทำให้เราต้องจับตามองต่อไปว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศในคราวนี้จะจบลงเช่นไร เนื่องจากการดำเนินนโยบายแต่ละประเทศจะส่งผลกระทบทั้งต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกนับจากนี้ ส่วนเราคงได้แต่คาดหวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันมาซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยให้ย่ำแย่กว่าที่เป็นอยู่
--------------------
ที่มา