สาเหตุในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจาก แนวโน้มการระบาดและการประกาศของสาธารณสุข ที่โควิด-19จะกลายสภาพเป็นโรคประจำถิ่นแบบไข้หวัดใหญ่ กระบวนการดูแลรักษาจึงเปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในอีก อีกทั้งผู้เข้ารับการักษาใน Hospitel ล้วนเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวไม่เข้าหลักเกณฑ์เดิม
สมาคมประกันชีวิตไทยจึงขอให้บริษัทประกันที่เป็นสมาชิก ปรับแนวทางปฏิบัติในการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยในแก่โรงพยาบาลคู่สัญญา และสัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายได้จากการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ให้สอดคล้องตามหลักเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุข โดยใช้เป็นแนวทางปฏิบัติพร้อมกันทั้งธุรกิจ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป
จากการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดดังกล่าว ทำให้ผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลหรือได้รับเงินชดเชยจากการนอนโรงพยาบได้นั้น ต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ข้อใดข้อหนึ่งใน 5 ข้อข้างต้น ถ้าไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยต้องใช้วิธีกักตัวที่บ้าน(Home isolation) ซึ่งจะเบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้
อีกทั้งในกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้งที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย ผู้เอาประกันอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองอีกด้วย
ผลกระทบที่จะตามมาหลังการเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติ
แน่นอนว่านี่ย่อมต้องสร้างความฉงนให้แก่ผู้เอาประกันภัยจำนวนมาก ในเมื่อเราจ่ายเบี้ยประกันต่อปีไม่ใช่น้อยๆ แต่กลับไม่สามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล อีกทั้งไม่มีโอกาสได้รับค่าชดเชยในกรณีเกิดการติดเชื้อตามที่จ่ายไป หากอาการไม่ตรงกับเกณฑ์ที่กำหนดจะแทบไม่มีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์ตามสัญญาเลย