รวมถึงปริมาณน้ำมันดิบมหาศาลถึง 520 ล้านลิตร ที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายกินระยะเวลา 10 เดือน กว่าจะอุดรูรั่วดังกล่าวได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้อ่าวเม็กซิโกถูกเคลือบไปด้วยคราบน้ำมัน ความเสียหายเกิดเป็นมูลค่าสูงถึง 283.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ค่าความเสียหายดังกล่าวไม่สามารถเทียบได้กับระบบนิเวศน์และชีวิตสัตว์น้ำที่สูญเสียไป
เรือบรรทุกน้ำมันแอตแลนติก เอ็มเพรส ชนประสานงา
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ถูกจารึกว่าเป็นวิกฤตน้ำมันรั่วลงทะเลครั้งใหญ่ เกิดขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 นอกชายฝั่งรัฐตรินิแดดและโตเบโก เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ “แอตแลนติก เอ็มเพรส (Atlantic Empress)” เกิดชนประสานงาเข้าอย่างจังกับเรือเอเจียน กัปตัน (Aegean Captain)
เหตุเนื่องจากทัศนวิสัยในวันนั้นถูกบดบังไปด้วยฝนฟ้าคะนองจากพายุขนาดใหญ่ เรือทั้งสองที่กำลังแล่นสวนกันจึงไม่สามารถมองเห็นได้ว่าอีกฝ่ายกำลังมุ่งตรงเข้ามา การประสานงาเข้าอย่างจังก่อให้เกิดการระเบิดและเปลวไฟลุกโหมกระหน่ำ
แม้เรือเอเจียนจะสามารถดับไฟได้ในวันต่อมา แต่เปลวไฟบนเรือแอตแลนติก เอ็มเพรสยังโหมกระหน่ำอยู่แบบนั้นกว่า 1 สัปดาห์ ก่อนเกิดการระเบิดใหญ่ขึ้นอีกครั้งและจมดิ่งลงสู่ท้องทะเล ซึ่งจากการประเมินพบว่า ปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลลงสู่ท้องทะเลในเหตุการณ์นี้มีปริมาณมหาศาลกว่า 3 ล้านบาร์เรล มูลค่าความเสียหายกว่า 187 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และลูกเรือของเรือแอตแลนติก เอ็มเพรสสูญหายไปกว่า 26 คน
วิกฤตน้ำมันรั่ว ผลกระทบระยะยาวที่ส่งผลต่อระบบนิเวศน์
ในไทยเราเองก็มีเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลลงทะเลเกิดขึ้นบ่อยครั้งเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ว่าสาเหตุจะมาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรืออุบัติเหตุ การที่น้ำมันดิบปริมาณมหาศาลไหลลงสู่ทะเลย่อมส่งผลร้ายต่อธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตเป็นวงกว้าง ปลาต่างๆจะเจริญเติบโตได้น้อยลง ระบบภายในร่างกายไม่ปกติ นกตามชายฝั่งหรือบริเวณใกล้เคียงที่หาอาหารก็จะได้รับสารปนเปื้อนเข้าไปด้วย
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น นาก หรือ พะยูน อาจตายได้จากภาวะอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ โลมาและวาฬที่ต้องหายใจติดน้ำมันเข้าไปด้วย อาจส่งผลกระทบต่อปอด ภูมิคุ้มกัน และระบบสืบพันธุ์
นอกจากนี้คราบน้ำมันที่รั่วไหลยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ชาวประมงไม่สามารถออกเรือได้ ทัศนียภาพบริเวณชายฝั่งไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแถมยังเคล้าไปด้วยกลิ่นเหม็น
ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่เราควรใส่ใจและตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น หน่วยงานใดๆหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการจัดการและแก้ไขปัญหาควรออกกฎหมายเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และมีบทลงโทษที่เข้มงวด เพราะหากเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต สุขภาพและระบบนิเวศน์ของไทยคงมีอันต้องสูญสลายก่อนเวลาอันสมควร
--------------------
อ้างอิง: