ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือการตั้งเฮดโค้ชคนแรกของสโมสร
ดิเอโก อลอนโซ ซึ่งเคยคว้าถ้วย คอนคาเคฟ แชมเปียนส์ลีก กับ ปาชูกา และ มอนเทอร์รีย์ มาก่อน ได้รับตำแหน่งก่อนลงเตะพรีซีซั่น เพียงไม่กี่สัปดาห์
เหตุผลคือ อลอนโซ ไม่ใช่ตัวเลือกแรก เพราะผู้บริหารอยากได้โค้ชระดับบิ๊กเนมมาคุมทีม
เช่น โรแบร์โต มาร์ติเนซ ของ เบลเยียม, มาร์เซโล กายาร์โด ของ ริเวอร์เพลท, ซานติอาโก โซลารี ของ คลับ อเมริกา หรือ ปาทริค วิเอรา ซึ่งขณะนั้นอยู่กับ นีซ
จนเมื่อการเจรจากับ วิเอรา ล้มเหลว สโมสรถึงหวนกลับมาคุยกับ อลอนโซ
ที่แย่ไปกว่านั้น คือสโมสรเซ็นสัญญากับผู้เล่นไปล่วงหน้าแล้วถึง 21 คน ซึ่งแปลว่า อลอนโซ ไม่มีโอกาสคัดเลือกนักเตะที่เหมาะกับแผนเลยแม้แต่คนเดียว
ไม่ใช่แค่กรณีของ อลอนโซ ที่แสดงถึงความไม่พร้อมของ อินเตอร์ ไมอามี
หลายตำแหน่งที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร อย่าง รองประธานฝ่ายการเงิน ก็เพิ่งได้ตัวคนมาทำงานให้หลังจากเริ่มฤดูกาลไปแล้วหลายเดือน
บริษัท third-party ที่ได้รับว่าจ้างให้ดูแลเรื่องการตลาดและสปอนเซอร์ ก็ทำงานไม่ได้ตามเป้า ทำให้ ไมอมี เป็นหนึ่งในสองทีมของ MLS ที่ไม่มีสปอนเซอร์บนอกเสื้อ เช่นเดียวกับ โคโลราโด ราปิดส์
อำนาจในการดูแลฝ่ายปฏิบัติงานของสโมสรเกือบทั้งหมด ถูกรวมไว้ในความดูแลของ พอล แม็คโดนาฟ ที่ควบทั้งตำแหน่งซีโอโอ ผู้อำนวยการกีฬา จนการทำงานในหลาย ๆ เรื่องกลายเป็นคอขวดที่ไปกระจุกอยู่ที่ แม็คโดนาฟ คนเดียว
ยิ่งแก้ ยิ่งยุ่ง
ขณะที่นอกสนามเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย ผลงานในสนามก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน
ฤดูกาลแรกใน MLS ของ อินเตอร์ ไมอามี เริ่มได้เพียงสองนัด ก็ต้องเบรกยาวถึงสี่เดือน เพราะผลกระทบจากโควิดระบาด
ยิ่งไปกว่านั้น อลอนโซ ยังออกสตาร์ทด้วยการนำทีมแพ้ 5 นัดรวด จนต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ดึงผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ อย่าง แบลส มาตุยดี และ กอนซาโล อิกวาอิน มาร่วมทีมในฐานะ Designated Player
รายงานระบุว่า เบ็คแฮม ซึ่งเป็นประธานฝ่ายปฏิบัติการด้านฟุตบอล มีส่วนสำคัญกับทั้งสองดีลนี้ และเจ้าตัวก็ให้สัมภาษณ์ไปในทิศทางนั้น ว่าสนิทสนมกับ มาตุยดี ทั้งในฐานะคนรู้จักและเพื่อนร่วมทีมเก่า
ปัญหาคือค่าเหนื่อยของสองซูเปอร์สตาร์กลายเป็นภาระที่สโมสรต้องแบกรับไว้ ขณะที่ฟอร์มการเล่น ก็ไม่สามารถแบกผู้เล่นที่เหลือในสนามได้อย่างที่หวัง
แหล่งข่าวยังบอกว่าทั้งคู่ก็ไม่ได้มีความสุขนักกับการเล่นให้ ไมอามี โดยเฉพาะ อิกวาอีน นั้นแสดงอาการแบบชัดเจนว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ มีสถานะที่ด้อยกว่าตน
หนักไปกว่านั้น คือมีการตรวจสอบพบในภายหลังว่าการเซ็นสัญญากับ มาตุยดี นั้นทำผิดกฎด้านการเงินของ MLS หลายเรื่อง
ทั้งการระบุตัวเลขรายได้ของ มาตุยดี ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งเมื่อสอบสวนลึกในรายละเอียด ก็พบว่ามีการทำในลักษณะเดียวกันกับนักเตะอีก 3 ราย
ขณะเดียวกัน การมาของ มาตุยดี และ อิกวาอีน ยังทำให้ อินเตอร์ ไมอามี มีผู้เล่น Designated Player (DP) ซึ่งรับค่าเหนื่อยนอกฐานเพดานเงินเดือน ถึง 5 คน เกินจากโควตาที่ MLS กำหนดให้มีแค่ทีมละ 3 เท่านั้น
บทลงโทษคือการสั่งปรับ ฮอร์เก มาส เป็นเงิน 250,000 ดอลลาร์ ในข้อหาปกปิดข้อมูล และแบน แม็คโดนาฟ จากงานบริหารด้านฟุตบอลจนถึงสิ้นปี 2022 ส่งผลให้เจ้าตัวต้องอำลาทีมในที่สุด
และที่กระทบกับแผนการทำทีมที่สุด คือการสั่งลดเพดานเงินเดือนของทีมลง 2 ล้านดอลลาร์เป็นเวลาสองฤดูกาล
ฝืนเกินตัวจนเป็นผลเสีย
การดึง มาตุยดี และ อิกวาอีน มาแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า ทำให้คนในองค์กรเริ่มสับสนกับแนวทางผู้บริหาร
เพราะเดิม แผนของ อินเตอร์ ไมอามี คือการสร้างสโมสรที่จะเป็นแหล่งปั้นผู้เล่นดาวรุ่งเพื่อขายนำเงินเข้าสโมสร
ผู้จัดการทั่วไปของสโมสรร่วม MLS ซึ่งปฏิเสธจะเปิดเผยชื่อ ให้ความเห็นว่าการเซ็นสัญญากับผู้เล่น DP เป็นเรื่องปกติ
แต่การมีผู้เล่น DP เกินโควตาของ ไมอามี กลายเป็นการฝืนทำในสิ่งที่เกินตัว และจะย้อนกลับมาส่งผลเสียในระยะยาวแน่นอน
เพราะเมื่อเพดานเงินเดือนผู้เล่นในปี 2022 และ 2023 หายไปปีละเกินกว่า 10% แปลว่าโค้ชจะต้องมีฝีมือมาก ๆ ในการสร้างทีมจากข้อจำกัด
ด้าน คริส เฮนเดอร์สัน ซึ่งย้ายจาก ซีแอตเทิล ซาวเดอร์ส มารับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาแทน แม็คโดนาฟ ก็จะเจอปัญหาสำคัญในการทำงาน
เพราะจากนี้ ไมอามี จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทุกการเจรจา เพราะทุกฝ่ายรู้ว่าสโมสรกำลังมีปัญหาเรื่องเพดานเงินเดือน จนกว่าสัญญาของ มาตุยดี และ อิกวาอีน จะหมดลงตอนปลายปี 2022
แผนกอบกู้ของ เบ็คแฮม
หลังฤดูกาลแรกสิ้นสุดลง อินเตอร์ ไมอามี ก็ถึงคราวล้างไพ่ใหม่
เบ็คแฮม ตัดสินใจเข้ามามีบทบาทด้านการปฏิบัติงานมากขึ้น ด้วยการดึง ฟิล เนวิลล์ เพื่อนสนิท และอดีตผู้จัดการทีมหญิงของอังกฤษ มารับตำแหน่งเฮดโค้ชแทน อลอนโซ
ตามด้วยการเซ็นสัญญากับสองผู้เล่นพรีเมียร์ลีก คีแรน กิบบ์ส และ ไรอัน ชอว์ครอส
แม้ในภาพรวม ผลงานของทีมจะยังไม่กระเตื้องมากนัก แต่ความมุ่งมั่นในการทำงานของ เนวิลล์ ก็ถือว่าชนะใจคนในสโมสรได้ดีกว่า อลอนโซ
เนวิลล์ ยังพยายามลดบทบาทของผู้เล่น DP ลง ด้วยการจับ มาตุยดี เป็นสำรอง หลังนักเตะฝรั่งเศสเดินทางกลับบ้านคนเดียว โดยไม่รอเพื่อน ระหว่างเกมแพ้ นิวอิงแลนด์ เรฟโวลูชัน คาบ้าน 0-5
เช่นเดียวกับการมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้ เกรกอเร กองกลางชาวบราซิล ในเกมถัดมา
หลังจบฤดูกาลปกติ และไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในเพลย์ออฟ เนวิลล์ ยอมรับว่านี่คือช่วงเวลาที่ทีมจะต้องสร้างอัตลักษณ์ขึ้นมาให้ได้
แต่คำถามที่หลายคนในสโมสรสงสัย คือ ณ ตอนนี้ โรดแมปของสโมสรกำลังมุ่งหน้าไปทางไหนกันแน่ ระหว่าง ผลงานในสนาม ขายเสื้อ หรือสร้างแบรนด์ที่คนในท้องถิ่นรู้สึกผูกพันและภูมิใจ
เพราะแนวทางในการเซ็นสัญญาผู้เล่น ในช่วงเปิดตลาดสองครั้งหลังสุด ก็ยังเน้นนักเตะที่มีประสบการณ์เป็นหลัก ทั้ง โจวิน โจนส์ (30), เคลวิน เลเออร์แดม (31) และ นิค มาร์สแมน (30)
ขณะที่ เบ็คแฮม แม้จะถือเป็นผู้บริหารที่เข้าถึงได้ง่าย และมักไปปรากฎตัวเพื่อดูเกมอะคาเดมี ทุกเช้าวันอาทิตย์ และคุยกับพ่อแม่ของเด็ก ๆ ตลอดถึงแผนในอนาคต
แต่ภาพที่ปรากฎ ก็ยังเป็นการพึ่งพาพลังแบรนด์ในตัวของ เบ็คแฮม เป็นหลัก มากกว่าจะสร้างแบรนด์ของ อินเตอร์ ไมอามี ให้ชัดเจนและแข็งแรง เพื่อให้สโมสรแห่งนี้ยืนหยัดอยู่ได้จริง
แทนที่จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งในอาณาจักรแบรนด์ของอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
-------------------
เรียบเรียงจาก