นับจากเริ่มต้นการระบาดทั่วโลกเราใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-19มาแล้วเกือบ 2 ปี กับจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 213 ล้านคน และผู้เสียชีวิตอีก 4.4 ล้านราย ทำให้วงการแพทย์ทั่วโลกต่างหันมาค้นคว้าหาทางรับมือ เพื่อสยบโรคร้ายไม่ให้คร่าชีวิตของผู้คนมากไปกว่านี้
นั่นทำให้เกิดการวิจัยสำหรับโควิด-19ขึ้นมาหลายชนิด ตั้งแต่วัคซีนประเภทต่างๆ ที่ทยอยเปิดตัวและอยู่ในระหว่างการวิจัยแต่นั่นยังไม่เพียงพอ แม้สามารถลดอัตราเจ็บป่วยหรือความร้ายแรงของโรคได้แต่มันทำได้เพียงป้องกัน จำเป็นต้องมีการพัฒนาเพื่อปราบโควิด-19ให้อยู่หมัด ก่อเกิดเป็นการแข่งขันพัฒนายาหลากชนิดขึ้นมาจากทั่วโลก
นอกจากวัคซีนแบบฉีดที่เริ่มทยอยได้รับกันทั่วทั้งประเทศ ปัจจุบันมีความพยายามในการคิดค้นวัคซีนแบบพ่นจมูกแทนการฉีดเข้าเส้นแบบเก่า อาจทำให้เกิดความไม่คุ้นชินในการใช้งานอยู่บ้าง แต่ผลการทดลองชี้ชัดว่าวัคซีนแบบพ่นจมูกมีประสิทธิภาพสูงกว่า เพราะสามารถป้องกันการติดเชื้อจากทางเดินหายใจได้ดี ช่วยลดการกระจายของโรคตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากนี้ยังมีความพยายามในการผลิตวัคซีนชนิดผงและเม็ดเพิ่มเติม ด้วยคุณสมบัติที่สามารถทนอุณหภูมิได้ถึง 40 องศาเซลเซียส ช่วยให้การจัดเก็บหรือขนส่งตัวยาไปในสถานที่ต่างๆ ทำได้สะดวกขึ้น รวมถึงใช้งานง่ายไม่ต้องลำบากมารับวัคซีนจนต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อีกด้วย
ทั้งหมดนี้กลับยังไม่เทียบเท่าการพัฒนายาต้านไวรัสขึ้นมาโดยเฉพาะ นี่อาจทำให้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากโรคร้ายคร่าชีวิตคนไปมากมายให้กลายเป็นแค่โรคประจำถิ่นทั่วไปคล้ายไข้หวัด ยาต้านไวรัสจึงได้รับความสนใจจากทั่วโลก