Netflix บริการสตรีมมิ่งรับชมภาพยนตร์ที่เราคุ้นเคยกันดีกำลังขยับขยายธุรกิจอีกครั้ง คราวนี้รุกคืบเข้าสู่วงการเกมจนเป็นเสียงฮือฮา เพราะนั่นหมายถึงบริการที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับสมาชิก แต่หากเน็ตฟลิกคิดพึ่งพาเกมเป็นตัวดึงดูดยอดสมัครสมาชิกคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

การเปิดให้บริการเกมของเน็ตฟลิก           สำหรับท่านที่สมัครสมาชิก Netflix บริการสตรีมมิ่งคงคุ้นเคยกันดีกับการเข้าไปรับชมภาพยนตร์ ซีรีย์ การ์ตูน สารคดี หรือรายการเกมโชว์จากทั่วทุกมุมโลก จากปริมาณเนื้อหาคอนเทนท์ในการรับชมที่อัดแน่นเกินจะรับชมได้หมด มาวันนี้เน็ตฟลิกได้ขยายตลาดตัวเองอีกครั้ง ด้วยการเปิดให้สมาชิกสามารถเข้าเล่นเกมในระบบได้

 

          ภายหลังการเติบโตของอุตสาหกรรมสตรีมมิ่งภายใต้สถานการณ์โควิด บรรดาบริษัทภาพยนตร์เจ้าใหญ่มากมายพาเหรดกันสร้างแพลตฟอร์มฉายหนังของตัวเอง ทั้ง Disney+ ของ Walt Disney, HBO Max ของ Warner Bros, Peacock ของ Universal ทำให้ภาพยนตร์และซีรีย์จากค่ายดังเหล่านี้หลุดมือจากเน็ตฟลิกไปเป็นจำนวนมาก

 

          นั่นทำให้เน็ตฟลิกขยายทิศทางด้วยการขาย Original content ของตัวเอง ให้ทุนแก่ประเทศต่างๆ พัฒนาภาพยนตร์และซีรีย์เฉพาะออกมาให้รับชม โดยเฉพาะการเข้ามาเจาะตลาดเอเชียอย่างเกาหลีใต้ ก่อนสร้างความโด่งดังเป็นพลุแตกจากซีรีย์ Squid game ที่ขึ้นทำเนียบยอดผู้ชมสูงสุดตลอดกาลในแพลตฟอร์มอย่างรวดเร็ว

 

          ความสำเร็จดังกล่าวทำให้หลายค่ายเริ่มหันกลับมามองตลาดเอเชีย โดยเฉพาะ Disney+ ที่เริ่มสร้างอนิเมชั่นจากภาพยนตร์ดัง Star wars ด้วยน้ำมือของทีมอนิเมชั่นญี่ปุ่น ทำให้เน็ตฟลิกตอบโต้ด้วยการเซ็นสัญญากับสื่อบันเทิงญี่ปุ่นอย่าง Nippon TV เพื่อนำซีรีย์จากช่องเหล่านั้นมาลงให้แพลตฟอร์มตัวเองเช่นกัน

          และในคราวนี้เน็ตฟลิกขยับขยายช่องทางออกไปอีกครั้งโดยหันมารุกตลาดเกม เริ่มจากตลาดเกมมือถือที่เข้าถึงง่ายแม้ยังจำกัดแค่ในระบบ Android โดยเปิดให้เล่นในปัจจุบันอยู่ 5 เกม ได้แก่ Stranger Things: 1984, Stranger Things 3, Shooting Hoops, Card Blast และ Teeter Up โดยทั้งหมดสามารถเล่นได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ไม่มีโฆษณา รวมถึงไม่มี in-app purchase

 

          แน่นอนว่าจำนวนเกมยังน้อยอีกทั้งยังเป็นเกมมือถือจึงอาจขาดความน่าสนใจไปบ้าง แต่นับเป็นก้าวแรกที่น่าสนใจในการบุกเข้ามาในตลาดนี้ เพราะสำหรับผู้ใช้บริการที่เป็นคอเกมเมอร์ เพราะนั่นหมายถึงเราสามารถเล่นเกมฟรีผ่านระบบเน็ตฟลิกที่เราเสียเงินให้อยู่แล้วในทุกเดือน เรียกว่ามีแต่ได้ไม่มีเสีย

Did you know? รู้ยัง Netflix มีเกมให้เล่นแล้วนะ

          แต่สำหรับทางเน็ตฟลิกหากต้องการตีตลาดตรงนี้อาจต้องใช้ความพยายามสักหน่อย เพราะบริการแพลตฟอร์มออนไลน์ในการขายเกมนั้น มีเจ้าใหญ่ครองตลาดมาก่อนอยู่มากมาย ตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Steam, Epic game store, Origin, Uplay, GOG และอีกมากมายที่ครองตลาดเกมอยู่ก่อน

 

          ข้อดีของเกมในเน็ตฟลิกคือเราไม่จำเป็นต้องเสียเงินเพิ่มเติม แต่แพลตฟอร์มรุ่นเก๋าทั้งหลายเองก็มีการแจกเกมฟรีเป็นระยะตามเทศกาล คอยดึงดูดความสนใจและเรียกลูกค้าให้มาใช้บริการตัวเองอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งสำหรับผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์เหล่านี้อยู่แล้ว พวกเขาอาจมีจำนวนเกมในคลังนับร้อยนับพันจนไม่ต้องหันมาง้อเน็ตฟลิกเลยก็ได้

          หากเทียบกันแล้วเน็ตฟลิกอาจเป็นมือเก๋าในวงการภาพยนตร์ ซีรีย์ และรายการทีวีจากการดำเนินธุรกิจมานับสิบปี แต่ในวงการภาพยนตร์พวกเขายังนับเป็นมือใหม่ที่ต้องขับเคี่ยวกับคู่แข่งรุ่นเดอะมากมาย ชวนสงสัยเช่นกันว่าการเพิ่มทางเลือกหมวดหมู่เกมขึ้นมา จะเป็นแค่ตัวเลือกเสริมทั่วไปหรือระบบน่าดึงดูดใจที่เพิ่มยอดสมาชิกให้เน็ตฟลิก


          บางทีเน็ตฟลิกอาจต้องนำเกมชื่อดังทั้งหลายจากค่ายเกมมาลงแพลตฟอร์มบ้าง แต่คงไม่ง่ายในเมื่อเกมเหล่านั้นต่างมีผู้พัฒนาและช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มของตัวเองอยู่ก่อน การดึงเกมเหล่านี้เข้ามาในระบบจึงอาจเป็นเรื่องยากรวมถึงมีค่าใช้จ่ายมากอยู่สักหน่อย หรือบางทีเน็ตฟลิกอาจต้องลงทุนซื้อกิจการเพื่อพัฒนาเกมของตัวเองแบบเดียวกับซีรีย์ก็เป็นได้

 

          อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่น่าสนใจว่าจะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้วงการเกมได้มากน้อยเพียงไร