"เลขาฯ ศอ.บต." ปลุกพลังต้นกล้า "สานใจไทยฯ" ย้ำ เยาวชนคือคำตอบสุดท้ายของ "สันติภาพใต้
14 เม.ย. 2569 | natthanan_chu

"เลขาฯ ศอ.บต." ปลุกพลังต้นกล้า "สานใจไทยฯ" ย้ำ เยาวชนคือคำตอบสุดท้ายของ "สันติภาพใต้" เปลี่ยนอนาคตใต้
ข่าว
14 เม.ย. 2569 | natthanan_chu

"เลขาฯ ศอ.บต." ปลุกพลังต้นกล้า "สานใจไทยฯ" ย้ำ เยาวชนคือคำตอบสุดท้ายของ "สันติภาพใต้" เปลี่ยนอนาคตใต้
14 เมษายน 2569 ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงถูกจับตามอง แต่ "หัวใจ" ของการสร้างสันติภาพผ่านต้นกล้าเยาวชนยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น ล่าสุดกับการเปิดตัวโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 ซึ่งปีนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การส่งเยาวชนเข้าสู่เมืองหลวง แต่ยังขยายพื้นที่เรียนรู้สู่ชายฝั่งอันดามัน หวังใช้กลไก "ครอบครัวอุปถัมภ์" เป็นเครื่องมือทลายกำแพงความต่างและเปิดโลกทัศน์ใหม่
ล่าสุดที่ โรงแรมหาดแก้ว รีสอร์ท อ.สิงห์นคร จ.สงขลา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เยาวชนจำนวน 440 ชีวิต จากพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มารวมตัวกันเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางไกล
นายอารีย์ วงศ์อารยะ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในโครงการว่า ในรุ่นนี้มีเยาวชนสนใจสมัครเข้าร่วมเกือบ 2,000 คน แต่มีเพียง 440 คนเท่านั้นที่ผ่านการคัดเลือก หรือคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 1 ต่อ 4 สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้ยังคงเป็น "หมุดหมาย" สำคัญที่เยาวชนในพื้นที่ถวิลหาเพื่อโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ
นายอารีย์ ได้กล่าวสร้างความเชื่อมั่นแก่เยาวชนว่า แม้การแข่งขันจะสูง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการสร้างความเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยทางมูลนิธิฯ ยังมีแผนที่จะผลักดันกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อรองรับเยาวชนที่พลาดหวังในอนาคต
ด้าน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งถือเป็นคีย์แมนสำคัญในพื้นที่ ได้ตอกย้ำถึงยุทธศาสตร์การสร้างสันติภาพด้วยทรัพยากรมนุษย์ โดยระบุว่ารุ่นที่ 46 นี้ มีความพิเศษตรงการกระจายตัวของพื้นที่เรียนรู้ที่กว้างขวางขึ้น
จากการเตรียมความพร้อมพบว่า มีเยาวชนและพี่เลี้ยงรวมทั้งสิ้น 470 คน โดยแบ่งกลุ่มการเรียนรู้ออกเป็นสองทางหลัก คือเยาวชน 320 คน จะเดินทางเข้าสู่ครอบครัวอุปถัมภ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอีก 120 คน จะเดินทางไปยังพื้นที่ภาคอันดามัน ครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา เพื่อเรียนรู้ภาพสะท้อนของสังคมพหุวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับวิถีเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก
"เยาวชนเหล่านี้ไม่ใช่แค่คนไปเที่ยวหรือไปพักอาศัย แต่พวกเขาคือทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า เป็นความหวังและอนาคตของพื้นที่ที่จะต้องกลับมาเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน" เลขาธิการ ศอ.บต. ระบุโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ที่ริเริ่มขึ้นตามดำริของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ตั้งแต่ปี 2548 ได้พิสูจน์ตัวเองผ่านกาลเวลากว่าสองทศวรรษ หัวใจสำคัญที่เป็น "อัตลักษณ์" ของโครงการคือการใช้ระบบครอบครัวอุปถัมภ์ เป็นห้องเรียนทางสังคม
การส่งเยาวชนไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวในต่างภูมิภาคเป็นเวลา 30 วัน คือการจำลองสังคมไทยขนาดเล็กที่ต้องอาศัยการปรับตัวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง เยาวชนจะได้สัมผัสวิถีชีวิตที่แตกต่าง ตั้งแต่การปรับจูนเรื่องภาษา อาหารการกิน ไปจนถึงการทำความเข้าใจในความเชื่อที่ต่างกัน ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญเมื่อต้องกลับมาเผชิญความท้าทายในบ้านเกิด
การขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดแถบอันดามันในรุ่นนี้ ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานการเรียนรู้เชิงบริบทพื้นที่ เพราะเยาวชนจะได้เห็นการอยู่ร่วมกันของชุมชนที่หลากหลายท่ามกลางความแตกต่างทางเชื้อชาติและศาสนาในระดับสากล
อย่างไรก็ตาม คำถามที่มักตามมาเสมอคือความต่อเนื่องหลังจบโครงการ ซึ่งในประเด็นนี้ ศอ.บต. ยืนยันว่าจะมีการสร้างเครือข่ายเยาวชนศิษย์เก่าเพื่อติดตามผลและต่อยอดเป็น "สะพานเชื่อม" ความเข้าใจในระดับชุมชนต่อไป
การเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 จะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่า "เมล็ดพันธุ์" ที่ถูกบ่มเพาะผ่านความเมตตาของครอบครัวอุปถัมภ์ จะเติบโตขึ้นเป็นไม้ใหญ่ที่ช่วยแผ่ขยายร่มเงาแห่งสันติสุขในพื้นที่ปลายด้ามขวานได้จริงหรือไม่
#สานใจไทยสู่ใจใต้ #สันติภาพใต้ #เยาวชนคืออนาคต #ศอบต #สานใจไทยรุ่น46 #ชายแดนใต้ #ครอบครัวอุปถัมภ์ #พหุวัฒนธรรม #ข่าววันนี้ #สันติสุขที่ยั่งยืน