ขณะที่ลีกอาชีพทั่วโลกกลับมาแข่งขันตามปกติหลายเดือนแล้ว แต่ยังมีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน ทั้งที่อาการแทรกซ้อนที่ส่งผลในระยะยาว อย่าง ลองโควิด ส่งผลเสียหายต่อร่างกายของนักกีฬามากกว่าที่คิด

Highlights

  • ปัญหาผู้เล่นปฏิเสธการฉีดวัคซีน กลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับวงการกีฬาทั่วโลก หนึ่งในรายที่เป็นประเด็น คือ ไครี เออร์วิง ของ บรูกลิน เน็ตส์ ที่ยอมไม่ลงเล่นในเกมเหย้า และรับค่าเหนื่อยลงครึ่งหนึ่ง
  • ทั้งที่ในความเป็นจริง หากนักกีฬาเหล่านั้นเกิดติดเชื้อขึ้นมาจริง ไม่เพียงจะสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อให้คนรอบข้างแล้ว ยังอาจมีอาการแทรกซ้อนหลังรักษาหายที่เรียกกันว่า ลองโควิด ด้วย
  • เบน ก็อดฟรีย์ กองหลังทีมชาติอังกฤษของ เอฟเวอร์ตัน คือหนึ่งในผู้เล่นที่กำลังประสบปัญหานี้ หลังติดเชื้อก่อนพรีเมียร์ลีก เริ่มฤดูกาลไม่กี่วัน และแม้จะรักษาหายจนกลับมาลงเล่นได้แล้ว แต่ตัวนักเตะกลับเจอปัญหาสุขภาพที่คาดไม่ถึง

--------------------

          เมื่อสถานการณ์โควิดทั่วโลกเริ่มคลี่คลาย หลายอุตสาหกรรมก็เริ่มกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะวงการกีฬาอาชีพ

 

          ปัญหาคือแม้ลีกกีฬาต่าง ๆ จะกลับมาลงสนามกันนานหลายเดือนแล้ว แต่ยังมีนักกีฬาอาชีพจำนวนมากที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนแม้แต่โดสเดียว

 

          ไม่ใช่เพราะขาดแคลนวัคซีน แต่เป็นเพราะนักกีฬาเหล่านั้นเป็นฝ่ายปฏิเสธการฉีดวัคซีนเอง เนื่องจากเป็นเรื่องความสมัครใจ และไม่มีกฏหมายบังคับ

 

สมัครใจ vs ไม่ให้ความร่วมมือ
(ไครี เออร์วิง ยอมรับค่าเหนื่อยลดลงครึ่งหนึ่ง แลกกับการไม่ฉีดวัคซีน / ภาพจาก CBS Sports)

          กรณีของ ไครี เออร์วิง ของ บรูกลิน เน็ตส์ ที่ยอมรับค่าเหนื่อยเพียงครึ่งเดียว เพราะปฏิเสธการฉีดวัคซีน กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูในวงการบาสเกตบอล NBA ก่อนเปิดฤดูกาล

 

          เออร์วิง เป็นเพียงผู้เล่นส่วนน้อย ที่ยืนกรานจุดยืนนี้ หากยึดตามตัวเลขที่ ไมเคิล โรเบิร์ตส์ ผู้อำนวยการ NBA ระบุว่ามีผู้เล่นอย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส

 

          และกลุ่มที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว ก็มีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

 

          แม้ว่าทาง NBA จะไม่ได้บังคับให้นักกีฬาต้องเข้ารับวัคซีน โดยระบุเพียงแค่ว่าลูกจ้างของแต่ละทีมจะต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน

          แต่ก็มีกฎอื่น ๆ กำหนดไว้เพื่อให้นักกีฬาตัดสินใจง่ายขึ้น อย่าง ผู้เล่นที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อถี่กว่า ต้องแยกตัวคนเดียวจากเพื่อนร่วม ทั้งเรื่องการทานอาหาร เดินทาง และห้องพัก


          แต่ เออร์วิง ก็ยังปฏิเสธจะรับวัคซีนอยู่ดี ผลที่ตามมา คือการถูกต้นสังกัดสั่งตัดออกจากทีม


          เพราะในนิวยอร์ก มีข้อบังคับเรื่องนักกีฬาอาชีพที่เล่นให้ทีมกีฬาในเมืองจะต้องเข้ารับวัคซีนก่อน จึงจะสามารถลงฝึกซ้อมและลงแข่งขันได้


          ทำให้ เออร์วิง จะได้เล่นเฉพาะเกมเยือน และ เน็ตส์ ก็จะจ่ายค่าแรงให้เฉพาะในเกมที่ลงแข่งนอกนิวยอร์กเท่านั้น


สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีก
(โธมัส ทูเคิล กับ เยอร์เกน คล็อปป์ ในสถานการณ์ที่ต่างกัน กับการรับมือผู้เล่นที่ปฏิเสธวัคซีน / ภาพจาก Getty Images)

          ลีกฟุตบอลยอดนิยมอย่าง พรีเมียร์ลีก จากข้อมูลเมื่อ 19 ต.ค. มีการเปิดเผยว่า 81% ของผู้เล่นได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว และกลุ่มที่ได้รับวัคซีนครบ อยู่ที่ 68%

 

          กรณีของพรีเมียร์ลีกก็ไม่แตกต่างจาก NBA เมื่อหลายสโมสรยอมรับว่าไม่สามารถบังคับผู้เล่นให้ฉีดวัคซีนได้ รวมถึงไม่สามารถเปิดเผยชื่อผู้เล่นที่ยังไม่ฉีดวัคซีนได้เช่นกัน

 

          เทียบกับหลาย ๆ ส่วนของโลกถือว่าสูงมากแล้ว แต่ยังถือว่าห่างจากค่าเฉลี่ยการฉีดวัคซีนในสหราชอาณาจักร สำหรับคนอายุ 12 ปีขึ้นไป คือเข็มแรก 86% และฉีดครบที่ 78.9%

 

          ขณะที่ข้อมูลจากการสำรวจโดย สกายสปอร์ตส์ (ไม่ถือเป็นทางการ) วูล์ฟส์ คือสโมสรที่มีผู้เล่นฉีดวัคซีนครบ 100% ขณะที่ เบรนท์ฟอร์ด และ ลีดส์ มีค่าเฉลี่ยระดับ 90%

 

          กลับกัน สกายสปอร์ตส์ ก็พบว่า 13 สโมสรในพรีเมียร์ลีก มีผู้เล่นที่ฉีดวัคซีนครบสองโดส ต่ำกว่า 50% จนทางลีกต้องกระตุ้นสโมสรต่าง ๆ ว่าจะมีรางวัลพิเศษให้สำหรับสโมสรที่มียอดผู้เล่นฉีดวัคซีนสูงสุด


          เยอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล รับว่าไม่เข้าใจเหตุผลที่ผู้เล่นหลายรายยังลังเลที่จะฉีดวัคซีน ขณะที่นักเตะลิเวอร์พูล 99% นั้นฉีดวัคซีนครบแล้วโดยที่สโมสรไม่ต้องโน้มน้าวใด ๆ เป็นพิเศษ

          แต่ โธมัส ทูเคิล ของเชลซี ยอมรับว่าไม่สามารถบังคับให้ผู้เล่นฉีดวัคซีนได้ หลัง เอ็นโกโล ก็องเต้ เคยถูกตรวจพบว่ามีผลตรวจเป็นบวก

 

          ก็องเต้ อาจไม่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าทุกคนจะโชคดีจากอาการแทรกซ้อนที่เรียกว่า ลองโควิด หรือ Post-Covid Syndrome เสมอไป

 

เบน ก็อดฟรีย์ และอาการแทรกซ้อนจากลองโควิด
(เบน ก็อดฟรีย์ หนึ่งในผู้เล่นที่ยังมีอาการลองโควิด หลังติดเชื้อ / ภาพจาก Getty Images)

          หลังการติดเชื้อ การฟื้นฟูร่างกายของแต่ละคนจะแตกต่างกัน บางคนอาจกลับเป็นปกติ แต่บางคนอาจไม่กลับไปอยู่ในสภาพปกติยาวนานหลายเดือน หรือมากกว่านั้น ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า ลองโควิด (Long Covid) และพบได้ในกลุ่มผู้ป่วยนอก 35% และผู้ป่วยใน 87%

 

อาการทั่วไปของ ลองโควิด คือ

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดหัวหรือเวียนศีรษะ
  • ใจสั่น หายใจไม่สะดวก
  • ปวดตามข้อ
  • นอนไม่หลับ สมองไม่สดชื่น
  • มีไข้ตลอดเวลา
  • ซึมเศร้า วิตกกังวล

 

          เพราะเชื้อโควิดจะส่งผลกระทบกลไกกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และอาจรวมถึงผลข้างเคียงจากยาที่ใช้ในการรักษา ความเครียดด้วย

 

          เบน ก็อดฟรีย์ ของ เอฟเวอร์ตัน คือหนึ่งในผู้เล่นที่มีอาการนี้

 

          ก็อดฟรีย์ เป็นเจ้าของรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสร ในฤดูกาลล่าสุด และถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ เพื่อเตรียมตัวก่อนยูโร 2020 และถูกตัดออกก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่ม

 

          แต่ฤดูกาลนี้ ผลงานของเจ้าตัวกับสโมสรไม่ดีเท่าที่ควร หลังหายหน้าไปจาก 4 นัดแรกของฤดูกาล

 

          ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการต้องเล่นในตำแหน่งไม่ถนัด เมื่อถูกโยกจากตำแหน่งถนัดอย่างเซนเตอร์แบ็ก หรือแบ็กซ้ายจำเป็น ไปเล่นเป็นแบ็กขวาแทน เชมุส โคลแมน กัปตันทีมที่บาดเจ็บ

 

          แต่อีกเหตุผล อาจเชื่อมโยงกับเรื่องที่ทำให้เจ้าตัวพลาดไม่ได้มีส่วนร่วมกับ 4 เกมแรกของฤดูกาล

 

          นั่นคือการถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด ไม่กี่วันก่อนเกมนัดเปิดฤดูกาลกับ เซาธ์แฮมป์ตัน และต้องเข้ารับการกักตัวจนถึง 24 สิงหาคม

 

          แม้เวลาจะผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว แต่ผลกระทบจากการติดเชื้อครั้งนั้นยังคงอยู่

 

          จุดเด่นที่ทำให้ ก็อดฟรีย์ เป็นเสาหลักในเกมรับของ เอฟเวอร์ตัน ในยุค คาร์โล อันเชลอตติ เมื่อฤดูกาลก่อน คือความเร็ว และความทุ่มเทแบบไม่มีหมด

 

          แต่ในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวแทบไม่ได้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพเหล่านั้น

 

          หนึ่งในนั้น คือจังหวะที่ ลีออน ไบลีย์ ยิงประตูปิดท้ายให้ แอสตัน วิลล่า ชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-0

 

          เมื่อ ก็อดฟรีย์ หนึ่งในผู้เล่นที่เร็วที่สุดในสนามของ เอฟเวอร์ตัน วิ่งไล่กวดอีกฝ่ายที่พาบอลลุยเข้าไปคนเดียวจากจังหวะโต้กลับแทบจะไม่ทัน

 

          ทั้งที่ถ้าอยู่ในระดับความฟิตเดียวกับเมื่อฤดูกาลก่อนแล้ว อย่างน้อย เจ้าตัวควรจะกดดัน ไบลีย์ ได้ดีกว่านี้

 

          แหล่งข่าวในสโมสรระบุว่าจนถึงตอนนี้ สภาพความฟิตของ ก็อดฟรีย์ น่าจะอยู่ในราว 70-80% ของสภาพสมบูรณ์เต็มที่เท่านั้น

 

          นอกจากสภาพร่างกายที่ไม่ฟิตแล้ว อาการแทรกซ้อนอื่น ๆ จากการติดเชื้อยังส่งผลต่อการทำงานของร่างกายด้วย

 

          เช่น อาการคล้ายผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งเจ้าตัวจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งหลังการซ้อมและลงเล่น

 

          แหล่งข่าวในสโมสรเล่าว่า ก็อดฟรีย์ มีอาการคล้ายกับนักมวยที่เหนื่อยจนต้องพิงเชือก ระหว่างเกมนัดหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ด้วย

 

          ทั้งตัวนักเตะและผู้จัดการทีมรู้ว่าอาการแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ระหว่างเกม

 

          หนึ่งในนั้นคือเกมกับนอริช ที่จู่ ๆ เจ้าตัวก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรง จนต้องเตะบอลทิ้ง ทั้งที่ไม่ได้ถูกผู้เล่นอีกฝ่ายกดดัน

 

          ขณะที่ตัว ก็อดฟรีย์ ก็ยอมรับว่าบางนัด จู่ ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนวิ่งมาเกือบทั้งเกม ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นไปได้ไม่กี่นาที

 

          ดร. เจมส์ มาโลน จากมหาวิทยาลัยโฮป ในลิเวอร์พูล รับว่าลักษณะอาการของ ก็อดฟรีย์ เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก เพราะยังขาดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มากพอ สำหรับการฟื้นตัวของนักกีฬาที่ติดเชื้อ

 

          คำแนะนำจาก ดร. มาโลน คือนักเตะกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ของสโมสรอย่างใกล้ชิด และไม่ปล่อยให้เป็นความเห็นของโค้ชหรือผู้เล่น เพราะนี่คือสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน

 

          โดยอาจต้องใช้ประกอบกัน ทั้งไกด์ไลน์จากภาครัฐ รวมถึงการติดตามอาการผู้เล่นอย่างใกล้ชิด ทั้งจากข้อมูลระหว่างซ้อมแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะอัตราการเต้นของหัวใจ รวมถึงการสอบถามอาการจากผู้เล่นโดยตรง

 

          และในอนาคต ลีกต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจน เหมือนกับกฎการดูแลผู้เล่นที่กระทบกระเทือนทางสมองเพิ่มขึ้นมา เช่น จำนวนวันที่ต้องพักฟื้นหลังตรวจพบผลเป็นบวก

 

          แต่อย่างน้อย ข่าวดีสำหรับนักกีฬาที่ป่วยหรือติดเชื้อโควิด-19 คือการมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นทุนเดิม และมีระดับไขมันในร่างกายที่ต่ำ ทำให้มีอาการแทรกซ้อนน้อยกว่าผู้ป่วยทั่วไป

 

          และมีโอกาสที่จะฟื้นฟูร่างกายกลับมาเป็นปกติได้ง่ายกว่า หากได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด

 

          คำถามที่มีแต่ตัว ก็อดฟรีย์ และคนใกล้ชิด ก็คือก่อนจะติดเชื้อ เจ้าตัวได้รับวัคซีนแล้วหรือไม่

 

          ซึ่งหากว่าคำตอบคือ ไม่ นี่ก็จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าตัวเลยทีเดียว

--------------------

SOURCE: