เมื่อ NFT ที่เป็นอีกรูปแบบของคริปโตฯ มีบทบาทมากขึ้นในทุกวงการ แล้วกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ดิจิทัล จะสร้างประโยชน์ให้วงการกีฬาได้อย่างไร

Highlights

  • NFT คือคริปโตเคอร์เรนซีรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแต่ละโทเคนจะมีเพียงหนึ่งเดียวทดแทนกันไม่ได้ จึงถูกใช้เพื่อแสดงกรรมสิทธิ์บนสินทรัพย์ดิจิทัลแทน
  • ปัจจุบัน การใช้งาน NFT ที่เห็นได้บ่อยที่สุดคือในโลกศิลปะ ส่วนในวงการกีฬาก็ถูกใช้ระบุความเป็นเจ้าของกับการ์ดสะสมแบบดิจิทัล เช่น NBA Top Shot ที่มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์
  • นักกีฬาและสโมสรกีฬาชั้นนำ อย่าง ร็อบ กรอนคาวสกี หรือ ยูเวนตุส ก็ร่วมบุกเบิกเทรนด์นี้ เพื่อเปิดทางสู่การนำไปประยุกต์ใช้กับโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ในวงการ 

 

          ในยุคที่สินทรัพย์ดิจิทัลต่าง ๆ ซึ่งผูกโยงกับบล็อกเชน เริ่มมีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อย ๆ

 

          นอกจากสกุลเงินดิจิทัลอย่าง บิทคอยน์ หรือ อีเธอเรียม ที่มีมูลค่าการเทรดมหาศาลในแต่ละวันแล้ว

 

          NFT ซึ่งเป็นอีกรูปแบบของการประยุกต์ใช้งานบล็อกเชน ก็ถูกมองว่าจะเป็นอีกเทรนด์สำคัญในอนาคตอันใกล้ในทุกวงการ รวมถึงอุตสาหกรรมกีฬาด้วย

 

NFT ต่างจากบิทคอยน์อย่างไร?

          คุณสมบัติของบิทคอยน์ (รวมถึงอัลท์คอยน์ เช่น อีเธอเรียม, โดชคอยน์ ฯลฯ) คือ fungibility แปลว่า ทุกเหรียญที่สร้างขึ้น ไม่ว่าจะจำกัดหรือไม่จำกัด ต้องมีลักษณะเหมือนกัน

 

          ส่วน NFT หรือ Non-Fungible Token ก็แปลตรงตัว คือทดแทนกันไม่ได้ แต่ละโทเคนที่สร้างขึ้น มีเพียงหนึ่งเดียว จึงสามารถประยุกต์ใช้ เพื่อยืนยันตัวตน หรือแสดงความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ดิจิทัลได้

 

          ปัจจุบัน ตัวอย่างการใช้งาน NFT ที่เราเห็นกันมากที่สุด คือเพื่อยืนยันกรรมสิทธิ์ สำหรับซื้อขายงานศิลปะดิจิทัล และของสะสมต่าง ๆ

 

Top Shot จับโมเมนต์ยัดห่วงใส่การ์ด NFT

(ภาพจาก NBA Top Shot)

          ในแวดวงอเมริกันเกมส์ NFT เป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ จากกระแสของการ์ดดิจิทัล NBA Top Shot

 

          เปรียบเทียบให้เห็นภาพ Top Shot คือการ์ดสำหรับนักสะสม เหมือนการ์ดนักฟุตบอลของ Panini หรือนักกีฬาอเมริกันเกมส์ของ Topps ที่มีหลายปัจจัยในการกำหนดราคาในตลาดซื้อขายมือสอง

 

          เช่น ความดังของนักกีฬาคนนั้น ซีเรียลนัมเบอร์ ความหายาก ฯลฯ

 

          แต่ Top Shot อาจจะพิเศษกว่าตรงที่มันเป็นดิจิทัล จึงใส่ลูกเล่นได้มากกว่า แทนที่จะเป็นภาพนิ่ง ก็เปลี่ยนเป็นคลิปไฮไลท์ชอตสำคัญ ๆ ใน NBA

 

          ยิ่งไปกว่านั้น มันยังช่วยแก้ปัญหาในตลาดซื้อขายของการ์ดแบบเดิมได้

 

          ยกตัวอย่างการ์ดแบบดั้งเดิมของ Panini ในตลาดมือสอง นักสะสมไม่มีทางเช็คได้เลยว่า การ์ดที่ผลิตออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน และอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ยังเหลืออยู่กี่ใบบนโลก ซึ่งจะเป็นตัวแปรด้านราคา ในแง่ scarcity คือยิ่งเหลือน้อย ก็ควรจะยิ่งแพง

 

          สมมติ ว่าเราทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อการ์ดหนึ่งใบ เพราะคิดว่ามันจะต้องหายาก แต่ไป ๆ มา ๆ ราคาอาจจะตกฮวบฮาบทีหลังได้ ถ้าปรากฎว่ามีการ์ดชุดเดียวกันนี้อีกหลายใบ

 

          นอกจากนี้ การขอใบรับรองจากผู้ตรวจสอบการ์ด ก็กินเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ทั้งในการส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ ตัดเกรด และส่งกลับมา และถ้าโชคร้าย เกิดอุบัติเหตุจนเกิดรอย แม้เพียงเล็กน้อย ราคาก็จะหล่นวูบทันที

 

          แต่การ์ด NFT นอกจากจะไม่เสียหายเหมือนกระดาษแล้ว ต่อให้ผู้ผลิตปิดตัวลง การ์ดก็จะไม่หายไป เพราะข้อมูลถูกเก็บเป็นสำเนาให้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่ายบล็อกเชน 

 

          ข้อมูลเหล่านั้น ยังช่วยให้เราตรวจสอบประวัติของการ์ดย้อนหลังได้ทั้งหมด ว่ามีกี่ใบในคอลเลคชั่น ใครบ้างที่เคยเป็นเจ้าของ ราคาซื้อขายทั้งหมดที่ผ่านมา ฯลฯ

 

มูลค่าที่มีแต่จะเพิ่มขึ้น
(ภาพจาก gronknft.com)           ปัจจุบัน การ์ด Top Shot ที่แพงที่สุดในโลก คือชอตดังค์ด้วยท่าวินด์มิลล์ของ เลบรอน เจมส์ ในเกมที่นำ แอลเอ เลเกอร์ส ชนะ ซาคราเมนโต คิงส์ 99-97 เมื่อ 15 พ.ย. 2019 โดยมีราคาประเมินอยู่ที่ 1 ล้านดอลลาร์ (32 ล้านบาท)

 

          ยังถือว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับราคาเทรดดิ้งการ์ดที่แพงที่สุดในโลก คือการ์ดนักเบสบอล มิคกี แมนเทิล จากปี 1952 ซึ่งเพิ่งถูกประมูลไปในราคา 5.2 ล้านดอลลาร์ (170 ล้านบาท)

 

​​​​​​​          แต่ สตีฟ โพแลนด์ เจ้าของเว็บไซต์ Mighty Minted ที่ทำธุรกิจการ์ด Top Shot ในตลาดมือสอง มองว่าอุตสาหกรรมนี้ ยังเติบโตได้อีก ซึ่งก็ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัยด้วย

 

​​​​​​​          เช่น การคุมปริมาณสินค้าในตลาด ไม่ให้มากหรือน้อยเกินไปจนกระทบต่อราคาขาย ทั้งในการประมูลครั้งแรกหรือขายต่อมือสอง ยกเว้นการ์ดใบที่พิเศษจริง ๆ อย่างการดังค์ชอตนั้นของ เจมส์ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ

 

​​​​​​​          อีกจุดเด่นของ Top Shot คือการเป็น NFT ที่เข้าถึงและซื้อได้ง่ายที่สุด คือขอเพียงมีบัตรเครดิตก็สามารถซื้อได้แล้ว

 

​​​​​​​          ต่างจากมาร์เก็ตเพลสสำหรับ NFT อื่น ๆ อย่าง OpenSea หรือ Foundation ที่รับชำระด้วย ETH และมีกระบวนการที่ซับซ้อนพอสมควร ตั้งแต่การเปิดบัญชีเอ็กซ์เชนจ์ การเชื่อมต่อวอลเลทสำหรับเงินดิจิทัล ฯลฯ

 

​​​​​​​          แต่ก็ไม่ได้แปลว่าโลกของ NFT ในตลาดเหล่านั้น จะมีมูลค่าน้อยกว่า

 

​​​​​​​          เห็นได้จากกรณีของ ร็อบ กรอนคาวสกี ปีกคู่ใจของ ทอม เบรดี ซึ่งเป็นนักกีฬาดังรายแรก ๆ ที่เข้าสู่วงการนี้

 

​​​​​​​          "กรองค์" ร่วมมือกับ อดัม ริชแมน และ โจ ซิลเบอร์สไวก์ จาก Medium Rare นำ "Rob Gronkowski Championship Series NFT Collection" ไปประมูลบน OpenSea มาร์เก็ตเพลส NFT ที่ใหญ่ที่สุด

 

​​​​​​​          และทำรายได้จากคอลเลคชั่นนั้น รวมแล้วเกือบ ๆ 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 65 ล้านบาท โดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยน ETH เป็นเงินดอลลาร์ เมื่อเดือนมีนาคม แต่ปัจจุบัน น่าจะเพิ่มขึ้นมาราวเท่าตัว)

 

ถ้าไม่ใช่นักสะสมหรือเก็งกำไร จะใช้ประโยชน์จาก NFT อย่างไร?
(ภาพจาก Juventus.com)

          ตามหลักการแล้ว เรานำ NFT มาประยุกต์สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ได้มากมาย (บางเคสอาจขึ้นกับกฎหมาย)

 

          เช่น ตั๋วเข้าชมเกมที่ปัจจุบัน น่าจะเริ่มเปลี่ยนจากกระดาษมาเป็น QR code ในสมาร์ทโฟนแล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนตั๋วให้เป็น NFT ด้วย ก็จะป้องกันการปลอมแปลงได้ง่ายขึ้น เพราะตรวจสอบจากข้อมูลบนบล็อกเชนได้

 

          รวมถึงสามารถติดตามได้หากมีการนำไปขายต่อในตลาดมือสอง ซึ่งจะช่วยจัดการธุรกิจขายตั๋วผีได้ง่ายขึ้น

 

          หรืออย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ ยูเวนตุส และ อาดิดาส ก็เพิ่งเข้าสู่โลกของ NFT ด้วยการร่วมมือกับ Geer ผู้ให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ

 

          เพื่อเปิดประมูลเสื้อเหย้ารุ่นใหม่ของสโมสร ทั้งเวอร์ชั่นปกติ และแบบที่เป็นดิจิทัล พร้อมโทเคน NFT สำหรับแลกสิทธิ์มีทแอนด์กรีทแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับผู้เล่นในทีมด้วย

 

          และในอนาคต เราอาจได้เห็นการเล่นแร่แปรธาตุโมเดลธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ จาก NFT ในการแสดงกรรมสิทธิ์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ตั๋วปี หรือแม้แต่การระดมทุนจากแฟน ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
 

 

          คริสเตียน เฟอร์รี ซีอีโอของ Geer เสริมว่า แม้อาจจะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุด NFT ก็จะเป็นที่ยอมรับ เมื่อถูกนำมาใช้มากขึ้น และพิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์ของมัน

 

ชาตรี ตันสถาวีรัฐ

--------------------

SOURCE: