เนชั่นทีวี

ข่าว

เดือดนอกสนาม ปัตตานีแพ้บุรีรัมย์ ลามเปาสองมาตรฐาน-การเมืองเลือกข้าง

19 ต.ค. 2569 | กองบรรณาธิการเนชั่นออนไลน์

เดือดนอกสนาม ปัตตานีแพ้บุรีรัมย์ ลามเปาสองมาตรฐาน-การเมืองเลือกข้าง

ดราม่าเดือดนอกสนาม! 'ปัตตานี-บุรีรัมย์' เมื่อ 'เปาสองมาตรฐาน' ปะทะ 'การเมืองเลือกข้าง' ประชาชาติ-ภูมิใจไทย

ศึกฟุตบอลถ้วยที่ควรจะเป็นเพียงเกมกีฬาแห่งสปิริต ระหว่าง ปัตตานี เอฟซี ที่เปิดบ้านพ่ายให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-1 กลับกลายเป็นหัวเชื้อชั้นดีที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื้อรังสองมิติของสังคมไทย ทั้งวิกฤตศรัทธาต่อมาตรฐานวงการฟุตบอล และภาพสะท้อนรอยร้าวลึกทางการเมืองในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เชื่อมโยงไปถึงพรรคประชาชาติและพรรคภูมิใจไทย

 

ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงที่สุดคือ "มาตรฐานการตัดสิน" ภาพความขัดแย้งในสนามถูกตอกย้ำด้วยการออกโรงให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ "ตูดูบอลไทย" ของ มาร์ลอน ดา ซิลวา กัปตันทีมชาวบราซิลของปัตตานี เอฟซี ผู้ค้าแข้งในไทยมานานกว่า 8 ปี ซึ่งโดยปกติสงวนท่าทีต่อการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินมาโดยตลอด

 

มาร์ลอนชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติหลายจังหวะที่ค้านสายตาแฟนบอลทั้งสนาม ตั้งแต่การถูกทำฟาวล์รุนแรงบริเวณใบหน้าซึ่งเข้าข่ายพฤติกรรมรุนแรงและควรเป็นใบแดง 100% แต่ผู้ตัดสินกลับควักเพียงใบเหลือง การเพิกเฉยต่อกฎพื้นฐานอย่างการนับเวลาครอบครองบอลของผู้รักษาประตู ไปจนถึงการละเว้นใบเหลืองที่สองในจังหวะตัดเกมสำคัญ

"ผมอยู่ประเทศไทยมา 8 ปี ไม่เคยพูดถึงกรรมการ แต่วันนี้ต้องพูด หากประเทศไทยไม่แก้เรื่องกรรมการ ฟุตบอลไทยก็จะไม่พัฒนาด้วย" คือประโยคสะท้อนความอัดอั้นของกัปตันทีม ที่แม้จะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าบุรีรัมย์มีคุณภาพและสมควรเป็นผู้ชนะ แต่ในฐานะผู้นำทีม เขาไม่อาจปล่อยผ่านความอยุติธรรมที่ส่งผลกระทบต่อเพื่อนร่วมทีมได้

 

จากความคลุมเครือในสนาม ลุกลามสู่สมรภูมิโซเชียลมีเดีย แฟนบอลและชาวเน็ตต่างพากันตั้งคำถามถึงความโปร่งใส โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำประชดประชันที่พุ่งเป้าไปที่ "บารมี" นอกสนามของทีมเยือน มากกว่าผลงานในสนาม กระแสข้อความที่ถูกส่งต่ออย่างกว้างขวาง อาทิ "ยินดีกับชัยชนะวันนี้ด้วยค่ะ... ไม่รู้ว่าชนะเพราะฝีเท้า หรือเพราะกรรมการเกรงใจลุงกันแน่" "เก่งอันนี้ยอมรับ แต่โกงเก่งเกินไปอันนี้ยอมเลย"

 

คลื่นอารมณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความพ่ายแพ้ของทีมรัก แต่เป็นปฏิกิริยาตอบกลับต่อภาพจำซ้ำซากของวงการฟุตบอลไทย ที่ทีมใหญ่มักถูกตั้งข้อสังเกตว่าได้รับความ "เกรงใจ" จากผู้ตัดสิน ขณะเดียวกัน โซเชียลยังได้เทเสียงชื่นชมนักเตะปัตตานี เอฟซี ที่สู้ด้วยสปิริตแบบเกินร้อย แม้ต้องเผชิญกับเงื่อนไขที่เสียเปรียบก็ตาม

ทว่าประเด็นที่แหลมคมและลึกซึ้งที่สุด กลับเป็นภาพที่ปรากฏบนอัฒจันทร์ ซึ่งจุดชนวนความไม่พอใจให้กับแฟนบอลและกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ เมื่อปรากฏภาพกลุ่มนักการเมืองระดับชาติและข้าราชการระดับสูงจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) แสดงท่าทีเชียร์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างออกหน้าออกตา มากกว่าทีมบ้านเกิดอย่าง ปัตตานี เอฟซี จนเยาวชนในพื้นที่ต่างพูดเสียงเดียวกันว่า นักการเมืองปัตตานี-ยะลา แต่เชียร์บุรีรัมย์ 

 

ในทางการเมือง ปัตตานีและพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือฐานที่มั่นสำคัญของ "พรรคประชาชาติ" ขณะที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือสัญลักษณ์และฐานกำลังหลักที่แยกไม่ออกจากการเมืองของ "พรรคภูมิใจไทย" การที่นักการเมืองหรือผู้มีอำนาจในพื้นที่ ซึ่งประชาชนในท้องถิ่นเลือกเข้ามาเป็นตัวแทน กลับเลือกแสดงจุดยืนสนับสนุนทีมเยือนที่มีกลิ่นอายของพรรคการเมืองคู่แข่งอย่างชัดเจน จึงถูกตีความหมายไปไกลกว่าเรื่องของรสนิยมเชียร์กีฬา

 

ภาพการ "เลือกข้าง" บริเวณขอบสนามครั้งนี้ ถูกนักวิเคราะห์การเมืองท้องถิ่นมองว่า เป็นการตอกย้ำกระแสข่าวลือเรื่อง "รอยร้าวภายในพรรคประชาชาติ" และการเช็กชื่อแสดงความจงรักภักดีต่อเครือข่ายอำนาจใหม่ที่อาจมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า แฟนบอลและชาวบ้านในพื้นที่จึงรู้สึกเหมือนถูกทรยศความรู้สึก เพราะในขณะที่นักเตะท้องถิ่นกำลังต่อสู้กับความอยุติธรรมในสนาม ตัวแทนของพวกเขากลับไปนั่งปรบมือให้กับฝั่งตรงข้าม แบบสลับรางกันไม่ทันกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังกล่าวถึง นักการเมืองปัตตานี แม้ไม่ได้อยู่พรรคประชาชาติ แต่ก็ควรแสดงท่าทีเชียร์บอลของคนพื้นที่  

 

ผลการแข่งขัน 0-1 จึงไม่ใช่เพียงความพ่ายแพ้ในศึกฟุตบอลถ้วย แต่เป็นปรากฏการณ์ที่กระชากหน้ากากให้เห็นถึงความทับซ้อนของอำนาจ ทั้งอิทธิพลมืดที่กดทับวงการกีฬา และเกมการเมืองที่ผู้มีอำนาจในพื้นที่พร้อมจะเปลี่ยนสีเสื้อและจุดยืน โดยละทิ้งความรู้สึกของประชาชนในท้องถิ่นไว้เบื้องหลังอย่างชัดเจนและไม่ต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม

ข่าวล่าสุด