เนชั่นทีวี

ข่าว

แพงที่สุดในโลก! ตั๋วนัดชิงบอลโลกพุ่ง 80 ล้าน เมสซี่ชนยามาลทำนิวยอร์กไฟลุก

19 ก.ค. 2569 | apirak_pra

แพงที่สุดในโลก! ตั๋วนัดชิงบอลโลกพุ่ง 80 ล้าน เมสซี่ชนยามาลทำนิวยอร์กไฟลุก

ราคาตั๋วเข้าชมเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างอาร์เจนตินาและสเปน ในตลาดรีเซลพุ่งกระฉูดแตะ 2.3 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ราคาตั๋วเข้าชมเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างอาร์เจนตินาและสเปน ในตลาดรีเซลพุ่งกระฉูดแตะ 2.3 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

KEY

POINTS

  • ตั๋วฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศที่นิวยอร์ก กลายเป็นตั๋วที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยราคาตั๋วรีเซลพุ่งสูงสุดถึง 2.3 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 80 ล้านบาท
  • การพบกันระหว่างลิโอเนล เมสซี่ ของอาร์เจนตินา และลามีน ยามาล ดาวรุ่งของสเปน เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดความสนใจและกระตุ้นให้ราคาตั๋วพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
  • สาเหตุของราคาที่พุ่งสูงเกิดจากความต้องการที่ล้นหลาม ประกอบกับกลยุทธ์การขายของฟีฟ่าที่ใช้ระบบ "Slow Ticketing" และการตั้งราคาตามความต้องการ (Dynamic Pricing) เป็นครั้งแรก
  • เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าทัวร์นาเมนต์นี้กลายเป็น "ฟุตบอลโลกสำหรับคนรวย" ซึ่งทำให้แฟนบอลทั่วไปและจากประเทศกำลังพัฒนาไม่สามารถเข้าถึงได้

มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศระหว่าง "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา และ "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน ณ นามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ (เมทไลฟ์ สเตเดียม) ที่จะระเบิดศึกขึ้นในวันอาทิตย์นี้ กำลังจะกลายเป็นอีเวนต์กีฬาที่มีค่าตั๋วเข้าชมแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากราคาตั๋วผีในระบบรีเซลพุ่งทะยานทะลุหลักล้านดอลลาร์ไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนเปิดฉากฟาดแข้งไม่ถึง 24 ชั่วโมง

 

ราคาตั๋วพุ่งแตะ 2.3 ล้านดอลลาร์! หลังระบบขายตรงเกลี้ยงแผง-ชี้ต้องเป็นเศรษฐีถึงได้ดู

รายงานข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ในแพลตฟอร์มซื้อขายตั๋วต่ออย่างเป็นทางการของฟีฟ่า (FIFA Resale Platform) ราคาตั๋วเข้าชมเกมนัดชิงดำพุ่งสตาร์ทจากราคาต่ำสุดที่เกือบ 10,000 ดอลลาร์ (ราว 3.6 แสนบาท) ไปจนถึงราคาสูงสุดที่บ้าคลั่งถึง 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 82.8 ล้านบาท) เนื่องจากตั๋วราคาปกติบนเว็บไซต์หลักถูกจำหน่ายออกไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว โดยก่อนหน้านี้ตั๋วหลุดล็อตสุดท้ายที่ฟีฟ่าปล่อยออกมาขายตรงมีราคาสูงถึงใบละ 32,000 ดอลลาร์ (ราว 1.15 ล้านบาท) ก็ยังถูกกวาดซื้อไปจนหมด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านตั๋วระบุว่า ราคาที่แพงหูฉี่นี้มาจากการที่ฟีฟ่าใช้ระบบ "Slow Ticketing" หรือการค่อยๆ ปล่อยตั๋วออกมารอบละนิดเพื่อกระตุ้นความต้องการของตลาด รวมถึงการนำระบบตั้งราคาตามความต้องการเรียลไทม์ (Dynamic Pricing) มาใช้เป็นครั้งแรก

สก็อตต์ ฟรีดแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบตั๋วการกีฬา วิเคราะห์ว่าความต้องการตั๋วพุ่งทะลุเพดานเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความกังวลเรื่องนโยบายตรวจคนเข้าเมือง (ICE) ที่เข้มงวดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แต่สถิติล่าสุดชี้ว่าเกมรอบแบ่งกลุ่มกว่าครึ่งหนึ่งมีผู้ชมเข้าชมเต็มความจุ 99.7% สะท้อนว่าแฟนบอลกระเป๋าหนักทั่วโลกพร้อมจ่าย โดยเฉพาะน่านน้ำรีเซลของสหรัฐฯ ที่เปิดกว้างให้อัพราคาได้อย่างเสรี แตกต่างจากประเทศร่วมเจ้าภาพอย่างเม็กซิโกที่มีกฎหมายห้ามขายตั๋วเกินราคาป้าย

 

วิจารณ์ยับ "ฟุตบอลโลกสำหรับคนรวย" แฟนบอลชาติต่ำกว่ามาตรฐานหมดสิทธิ์เอื้อม

การเผชิญหน้าระหว่าง ลีโอเนล เมสซี่ ในวัย 39 ปี กับ ลามีน ยามาล ไอ้หนูมหัศจรรย์ของสเปน กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดมหาเศรษฐีจนทำให้แพลตฟอร์ม SeatGeek ยืนยันว่า ตั๋วเฉลี่ยของนัดชิงนี้มีราคาซื้อขายจริงอยู่ที่ 11,000 ดอลลาร์ (ราว 4 แสนบาท) แซงหน้าศึกซูเปอร์โบวล์ปี 2024 ไปแล้วถึง 8% กลายเป็นประเด็นที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่า ฟีฟ่ากำลังเปลี่ยนผ่านกีฬาขวัญใจแรงงานให้กลายเป็นความบันเทิงเฉพาะกลุ่มไฮโซ

โรแนน เอแว็ง ผู้อำนวยการเครือข่ายแฟนบอลยุโรป (Football Supporters Europe) กล่าวโจมตีฟีฟ่าว่า คำมั่นสัญญาของ จานนี อินฟานติโน ที่บอกว่านี่จะเป็นฟุตบอลโลกที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนนั้นไม่เป็นความจริง

"นี่คือฟุตบอลโลกสำหรับคนรวยที่มีความสุขเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น มีเพียงแฟนบอลยุโรปกระเป๋าหนา เช่น ชาวนอร์เวย์ หรือ สกอตแลนด์ ที่ไม่ต้องขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ และมีเงินมากพอจะจ่ายค่าตั๋วหน้าเลือดขูดรีดนี้ได้ ส่วนแฟนบอลจากประเทศกำลังพัฒนาที่ประสบปัญหาเรื่องวีซ่าและค่าครองชีพ แทบไม่มีโอกาสได้มีส่วนร่วมกับทัวร์นาเมนต์นี้เลย"

ข่าวล่าสุด