แมนยู คว้า อันเดร ซานโตส เสริมกลางผ่าวิกฤต-เจาะ 5 เหตุผลตอบโจทย์ คาร์ริค
14 ก.ค. 2569 | apirak_pra

เจาะลึก 5 เหตุผลสำคัญ แมนฯ ยูไนเต็ด ปิดดีลคว้า อันเดร ซานโตส มิดฟิลด์บราซิลจากเชลซี เสริมทัพสัญญายาวถึงปี 2031 แก้ปัญหากองกลางพิการยุค คาร์ริค
ข่าว
14 ก.ค. 2569 | apirak_pra

เจาะลึก 5 เหตุผลสำคัญ แมนฯ ยูไนเต็ด ปิดดีลคว้า อันเดร ซานโตส มิดฟิลด์บราซิลจากเชลซี เสริมทัพสัญญายาวถึงปี 2031 แก้ปัญหากองกลางพิการยุค คาร์ริค
KEY
POINTS
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นแผนการยกเครื่องแผงกองกลางครั้งใหญ่รับฤดูกาลใหม่ 2026/27 ด้วยการประกาศคว้าตัว อันเดร ซานโตส มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวบราซิลวัย 22 ปีมาจาก "สิงห์บลูส์" เชลซี คู่แข่งร่วมลีกอย่างเป็นทางการ โดยเซ็นสัญญายาวจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2031 พร้อมออปชันขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปี
การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตแดนกลางของแมนฯ ยูไนเต็ด หลังการแยกทางของ คาเซมิโร่ และอาการบาดเจ็บหัวเข่ารุนแรงของ มานูเอล อูการ์เต้ จากศึกฟุตบอลโลก และนี่คือ 5 เหตุผลสำคัญที่ทำให้ ไมเคิล คาร์ริค ต้องดึงตัวแข้งรายนี้มาร่วมทัพ
จากการที่แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตั๋วกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ทำให้ทีมต้องการขุมกำลังที่ใหญ่ขึ้นในการเล่นระบบ 4-2-3-1 ของคาร์ริค ทว่าก่อนหน้านี้ทีมเหลือ ค็อบบี้ เมนู เป็นมิดฟิลด์ระดับทีมชุดใหญ่เพียงคนเดียว การเข้ามาของซานโตสจึงมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการทดแทน คาเซมิโร่ ที่ทำผลงานโดดเด่นยิงไปถึง 9 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน ซึ่งซานโตสเคยโชว์ฟอร์มร้อนแรงยิง 10 ประตูในลีกเอิงฝรั่งเศสกับสตราส์บูร์กมาแล้ว จึงมีศักยภาพทดแทนมิติตัวถล่มประตูจากแถวสองได้ทันที
สถิติในฤดูกาล 2025/26 บ่งชี้ว่า ซานโตส มีเปอร์เซ็นต์การเข้าปะทะชนะ (Tackle Success Rate) สูงถึง 74% ซึ่งดีกว่าคาเซมิโร่ (64.3%) ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรั้งอันดับ 1 ของพรีเมียร์ลีกในกลุ่มผู้เล่นกองกลาง ด้วยสถิติชนะการดวลบนพื้น (Ground Duel Success Rate) สูงถึง 67.8% เหนือกว่าทั้ง โรดริโก้ เบนทานคูร์ และ โรดรี้ นอกจากนี้เขายังเสียฟาวล์จากการเข้าปะทะเพียง 0.6 ครั้งต่อ 90 นาที ซึ่งจะช่วยลดการเสียฟรีคิกของทีมลงได้มากกว่าครึ่ง รวมถึงมีสถิติจ่ายบอลแม่นยำสูงถึง 90.1%
บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมปีศาจแดง เพิ่งสร้างสถิติพรีเมียร์ลีกด้วยการทำ 21 แอสซิสต์ และสร้างสรรค์โอกาสไปถึง 136 ครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา การได้ซานโตสเข้ามาเสริมจะช่วยเบาแรงในเกมรุกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากดาวรุ่งบราซิเลียนรายนี้มีสถิติจ่ายบอลไปข้างหน้า (Forward Passes) อยู่ที่ 14.4 ครั้งต่อ 90 นาที ซึ่งสูงกว่าทั้ง เมนู (13.5) และ อูการ์เต้ (13.0) ช่วยให้ทีมเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกตรงกลางสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สไตล์การทำทีมของคาร์ริคต้องการมิดฟิลด์ที่สามารถรับบอลจากกองหลังอย่าง ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ เลนี่ โยโร่ เพื่อแกะการกดดันของคู่แข่ง ซึ่งซานโตสตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แข้งป้ายแดงรายนี้มีสถิติโดนแย่งบอล (Dispossessed) ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเพียงแค่ 0.1 ครั้งต่อ 90 นาทีเท่านั้นในการลงเล่นให้เชลซีเมื่อฤดูกาลก่อน เหนือกว่ามิดฟิลด์ทุกคนของแมนฯ ยูไนเต็ด ชี้ให้เห็นถึงความนิ่งและทักษะการครองบอลในพื้นที่อันตราย
จุดเด่นที่สุดของ ค็อบบี้ เมนู คือการเลี้ยงบอลกินแดนและขับเคลื่อนเกมไปข้างหน้า ทว่าฤดูกาลก่อนมักถูกจำกัดบทบาทเพราะต้องคอยพะวงเกมรับ สื่อวงในอย่าง แอนดี้ มิตเท่น ระบุว่า บอร์ดบริหารของยูไนเต็ดประทับใจใน "มันสมองทางฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม" ของซานโตส ความขยันและวินัยในเกมรับของดาวเตะคนใหม่นี้ จะเป็นตัวช่วยสกรีนพื้นที่แดนหลัง ทำให้เมนูมีอิสระในการเติมเกมรุกและประสานงานกับแนวรุกได้อย่างเต็มที่ในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง
-----
ภาพประกอบข่าว: Facebook Manchester United