"ชนนพัฒฐ์" สส.กล้าธรรม เข้าพบ DSI รับทราบ 2 ข้อหาหนัก "อั้งยี่-โยงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ"
14 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

"ชนนพัฒฐ์" สส.กล้าธรรม เข้าพบ DSI รับทราบ 2 ข้อหาหนัก "อั้งยี่-โยงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" หลังปิดสมัยประชุม
ข่าว
14 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

"ชนนพัฒฐ์" สส.กล้าธรรม เข้าพบ DSI รับทราบ 2 ข้อหาหนัก "อั้งยี่-โยงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" หลังปิดสมัยประชุม
KEY
POINTS
14 กรกฎาคม 2569 ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกแถลงการณ์ ระบุว่า
วานนี้ (วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569) นายชนนพัฒฐ์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ภายหลังปิดสมัยประชุมรัฐสภา ตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด
โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ ร่วมกันเป็นอั้งยี่
การแจ้งข้อกล่าวหาครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 91
ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในครั้งที่ 2 เป็นการดำเนินการตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด ซึ่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อหาเพิ่มเติม 2 ฐานความผิด ได้แก่ ความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท และความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินการสรุปสำนวนการสอบสวน เพื่อเสนอพนักงานอัยการต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชนนพัฒฐ์ เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวและทีมงานฝ่ายกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะพาก้าวขึ้นไปยังห้องสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและสอบปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนไม่ได้มีการควบคุมตัวชนนพัฒฐ์ไว้ เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางมาแสดงตนตามนัดหมาย มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงเข้าหลักเกณฑ์การปล่อยตัวชั่วคราว
โดยหลังจากนี้ดีเอสไอจะเร่งสรุปสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นทางคดี ส่งไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อให้อัยการสูงสุดพิจารณามีคำสั่งทางคดีต่อไป