ควันหลงหลังเกมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดประวัติศาสตร์ที่ "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์เก่า พลิกนรกกลับมาแซงชนะ "มัมมี่" ทีมชาติอียิปต์ 3-2 ทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ ทว่าชัยชนะในครั้งนี้กลับถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรงจากทั่วโลกถึงความโปร่งใสและ "ความชอบธรรม" ในการตัดสินของระบบวีเออาร์ (VAR) และผู้ตัดสินในสนามที่ถูกมองว่าเข้าข้างและพยายามอุ้มชูทีมแชมป์โลกให้ยังคงอยู่ในเส้นทางทัวร์นาเมนต์ต่อไป
กุนซืออียิปต์ฉะเดือดฟีฟ่าหวังอุ้ม "เมสซี่" ชี้ดราม่าบารมีการเมืองโลกเอื้อฟ้าขาว
ฮอสซัม ฮัสซัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอียิปต์ ได้ออกมาเปิดใจอย่างดุเดือดผ่านสื่อ โดยระบุว่าผู้ตัดสินและทีมงาน VAR ตกอยู่ภายใต้ความกดดันมหาศาลเพื่อช่วยให้ซูเปอร์สตาร์โลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ไม่ต้องตกรอบเร็ว
"พวกเขาคงอยากให้เมสซี่ได้ไปต่อ ทัวร์นาเมนต์นี้มีปัจจัยภายนอกที่นอกเหนือจากเรื่องฟุตบอลมาเกี่ยวข้อง แชมป์โลกได้รับการหนุนหลังในทุกระดับชั้น"
สอดคล้องกับความเห็นของ โปรเฟสเซอร์ ไซมอน แชดวิค ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาจากเซี่ยงไฮ้ ที่ชี้ว่า หลังเกิดกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อสายสั่งฟีฟ่าปลดแบน โฟลาริน บาโลกัน ก่อนหน้านี้ ทำให้ศรัทธาต่อฟีฟ่าพังพินาศ และเป็นที่รู้กันดีว่า ฆาเวียร์ มิเลย์ ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ก็เป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของทรัมป์เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น แชดวิคยังตั้งข้อสังเกตว่า ดราม่าการเมืองโลกอาจส่งผลข้างเคียงมาถึงฟุตบอล หลังกุนซืออียิปต์เพิ่งออกมาประกาศจุดยืนสนับสนุนปาเลสไตน์อย่างเปิดเผยก่อนหน้านี้