ด้านสภาพความพร้อมของทีม สหรัฐฯ ภายใต้การนำทัพของ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ จะได้เปรียบอย่างมหาศาลจากเสียงเชียร์ในบ้าน แม้จะต้องรอเช็กความฟิตของ มาร์ก แม็คเคนซี และ คริสเตียน โรลดาน แต่แกนหลักที่เหลือพร้อมรบเต็มสูบ นำโดยกัปตันทีม คริสเตียน พูลิซิช, ไทเลอร์ อดัมส์ และ แซร์จินโญ่ เดสต์ ที่จะประสานงานร่วมกับบาโลกันในแนวรุก หวังพาทีมสลายอาถรรพ์รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่คอยตามหลอนพวกเขามาตลอดในฟุตบอลโลก 3 หนหลังสุด (ปี 2010, 2014, 2022) ให้สำเร็จฃ
เบลเยียมชูสถิติข่มมิด-จัดทัพใหญ่ลงขยี้เจ้าภาพ
ฝั่งทีมชาติเบลเยียมของกุนซือ รูดี้ การ์เซีย พกพาความมั่นใจเต็มกระเป๋าจากสถิติประวัติศาสตร์ที่เหนือกว่าบานเบอะ โดยเบลเยียมสามารถเอาชนะสหรัฐฯ ได้ถึง 6 จาก 7 นัดหลังสุดที่พบกัน รวมถึงเกมนัดล่าสุดในแมตช์อุ่นเครื่องเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ที่ถล่มยับเยินมา 5-2 แถมฟอร์มล่าสุดในฟุตบอลโลกยังโชว์ความเก๋าโกงความตายพลิกนรกแซงชนะเซเนกัล 3-2 ในนาทีที่ 120 ของช่วงต่อเวลาพิเศษได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
สภาพทีมของเบลเยียมค่อนข้างสมบูรณ์ จะขาดเพียง เซโน เดบาส กองหลังดาวรุ่งวัย 22 ปีที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ด้าน เลอันโดร ทรอสซาร์ สลัดอาการบาดเจ็บพร้อมลงสนามประสานงานร่วมกับยอดมิดฟิลด์ เควิน เดอ บรอยน์ และปีกความเร็วสูง เฌเรมี่ โดกู โดยมี ชาร์ลส์ เดอ เกเตลาเร่อ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงก่อนในแดนหน้า ขณะที่ดาวยิงตัวเก๋าอย่าง โรเมลู ลูกากู ที่ซัดไปแล้ว 2 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ จะถูกเก็บไว้เป็นทีเด็ดซูเปอร์ซับในครึ่งหลังตามสูตร