สรุปผลการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่กลุ่ม J และกลุ่ม L ซึ่งบรรดายอดทีมและซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของโลกต่างระเบิดฟอร์มเก่งพาทีมตีตั๋วเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้ายกันอย่างครบครัน พร้อมกับการจารึกสถิติใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
กลุ่ม J: "เมสซี" ลงสำรองตะบันฟรีคิกทุบสถิติโลก อาร์เจนฯ ต้อนจอร์แดนสบายเท้า
เกมนัดส่งท้ายกลุ่ม J ณ เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส ทัพ "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา ที่การันตีแชมป์กลุ่มไปก่อนหน้านี้ ลงสนามพบกับ ทีมชาติจอร์แดน ที่ตกรอบไปแล้ว เกมนี้ ลิโอเนล เมสซี ยอดดาวเตะวัย 39 ปี ออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองและถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 60 แทนที่ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (ผู้สังหารจุดโทษให้ทีมนำในครึ่งแรก) ก่อนที่เมสซีจะแผลงฤทธิ์ซัดฟรีคิกเรียดพุ่งเสียบมุมก้นตาข่ายอย่างงดงามในนาทีที่ 80 ช่วยให้อาร์เจนตินาคว้าชัยชนะส่งท้ายรอบแรกด้วยสกอร์ 3-1
ประตูดังกล่าวส่งผลให้ ลิโอเนล เมสซี กลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่สามารถทำประตูในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายติดต่อกันถึง 7 นัด (นับรวมจากปี 2022) พร้อมขยับสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกพุ่งเป็น 19 ประตู และนับเป็นประตูที่ 123 ในนามทีมชาติจากการลงสนามนัดที่ 202
ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกันเกิดบทสรุปสุดดราม่าเมื่อ ทีมชาติออสเตรีย เสมอกับ ทีมชาติแอลจีเรีย ไปแบบมโหฬาร 3-3 โดยแอลจีเรียแซงนำ 3-2 ในนาทีที่ 90+2 ทว่า ซาซ่า คาลาจซิช ดาวยิงออสเตรียมาโขกตีเสมอ 3-3 ได้ในวินาทีสุดท้าย ส่งผลให้ทั้งออสเตรีย (อันดับ 2) และแอลจีเรีย (อันดับ 3 ที่ดีที่สุด) กอดคอเข้ารอบน็อกเอาต์ และส่งผลให้ทีมชาติอิหร่านต้องตกรอบไปอย่างช้ำใจ