เนชั่นทีวี

ข่าว

ลิเวอร์พูลหักอกนิวคาสเซิล ฉีกสัญญา 34 ล้านปอนด์คว้า "มูนญอซ" ร่วมทัพ

18 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

ลิเวอร์พูลหักอกนิวคาสเซิล ฉีกสัญญา 34 ล้านปอนด์คว้า "มูนญอซ" ร่วมทัพ

เจาะลึกบิ๊กดีลแรกยุค อันโดนี อิราโอลา หลังลิเวอร์พูลยอมจ่ายเงิน 34.6 ล้านปอนด์ ฉีกสัญญาคว้าตัว บิคตอร์ มูนญอซ ปีกดาวรุ่งทีมชาติสเปนจากโอซาซูนาเสริมทัพยาว 6 ปี

เจาะลึกบิ๊กดีลแรกยุค อันโดนี อิราโอลา หลังลิเวอร์พูลยอมจ่ายเงิน 34.6 ล้านปอนด์ ฉีกสัญญาคว้าตัว บิคตอร์ มูนญอซ ปีกดาวรุ่งทีมชาติสเปนจากโอซาซูนาเสริมทัพยาว 6 ปี

KEY

POINTS

  • ลิเวอร์พูลบรรลุข้อตกลงคว้าตัว บิคตอร์ มูนญอซ ปีกทีมชาติสเปนวัย 22 ปีจากโอซาซูนา ตัดหน้าคู่แข่งอย่างนิวคาสเซิล
  • สโมสรลิเวอร์พูลใช้วิธีจ่ายค่าฉีกสัญญาเป็นมูลค่า 40 ล้านยูโร หรือประมาณ 34.6 ล้านปอนด์
  • มูนญอซจะเซ็นสัญญาระยะยาว 6 ปี และเป็นการเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่คนแรกในยุคของกุนซือ อันโดนี อิราโอลา
  • ดีลนี้ทำให้เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดได้รับส่วนแบ่งค่าตัว 50% เป็นจำนวนเงิน 20 ล้านยูโร

สำนักข่าว ดิ แอธเลติก (The Athletic) รายงานข่าวใหญ่ในตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูลบรรลุข้อตกลงคว้าตัว บิคตอร์ มูนญอซ (Victor Munoz) ปีกดาวรุ่งทีมชาติสเปนวัย 22 ปีของโอซาซูนามาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ หลังบอร์ดบริหารทัพหงส์แดงตัดสินใจเปิดใช้งานเงื่อนไขฉีกสัญญามูลค่า 40 ล้านยูโร (ประมาณ 34.6 ล้านปอนด์) โดยเอาชนะคู่แข่งร่วมลีกอย่าง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่แสดงความสนใจในตัวนักเตะรายนี้มาอย่างยาวนานเช่นกัน

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบในครั้งนี้ นำโดย ริชาร์ด ฮิวจ์ส ผู้อำนวยการกีฬา และ ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ ซีอีโอฝ่ายฟุตบอลของ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (FSG) ที่ร่วมกันผลักดันดีลจนสำเร็จ โดยลิเวอร์พูลจะแบ่งจ่ายค่าตัวเป็น 2 งวด ซึ่งในขณะนี้ทีมงานของลิเวอร์พูลได้เดินทางไปยังแคมป์เก็บตัวทีมชาติสเปน ณ เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา เพื่อตรวจร่างกายนักเตะที่กำลังลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ทันที โดยมูนญอซจะสะบัดน้ำหมึกเซ็นสัญญายาว 6 ปีในถิ่นแอนฟิลด์ และกลายเป็นนักเตะใหม่รายแรกนับตั้งแต่สโมสรแต่งตั้ง อันโดนี อิราโอลา เข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

บิคตอร์ มูนญอซ (Victor Munoz) ปีกดาวรุ่งทีมชาติสเปน

เจาะลึกเส้นทางลูกหนังและปม "มาดริด" ฟันกำไรอื้อ 20 ล้านยูโร

บิคตอร์ มูนญอซ เกิดในแคว้นกาตาลุนญา และเคยใช้เวลาฝึกปรือฝีเท้าในศูนย์ฝึกเยาวชน "ลา มาเซีย" ของบาร์เซโลนาเป็นเวลา 3 ปี ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมเยาวชน ซีเอฟ ดามม์ (CF Damm) และถูก เรอัล มาดริด ดึงตัวไปร่วมทัพในวัย 18 ปี โดยมูนญอซมีโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ของราชันชุดขาวไปทั้งสิ้น 4 นัด รวมถึงในศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้ว

ต่อมาในช่วงซัมเมอร์ปี 2025 โอซาซูนาได้ซื้อตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง 5 ล้านยูโร ทว่า เรอัล มาดริด ได้ใส่เงื่อนไขส่วนแบ่งการขายต่อในอนาคตไว้สูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้การที่ลิเวอร์พูลยอมจ่ายเงินฉีกสัญญา 40 ล้านยูโรในครั้งนี้ ยอดทีมแห่งกรุงมาดริดจะได้รับเงินส่วนแบ่งเข้ากระเป๋าเหนาะ ๆ ถึง 20 ล้านยูโร (ประมาณ 17.3 ล้านปอนด์) ทันที ขณะเดียวกันก็ดับฝันเงื่อนไขซื้อกลับ (Buy-back option) ของมาดริดที่เดิมทีสามารถใช้ออปชันซื้อคืนได้ในราคาเพียง 8 ล้านยูโรในซัมเมอร์นี้

บิคตอร์ มูนญอซ (Victor Munoz) ปีกดาวรุ่งทีมชาติสเปน

ทำไมต้องเป็น "มูนญอซ"? ไพ่ใบสำคัญในแผนการสร้างแนวรุกยุคใหม่ของหงส์แดง

การเสริมประสิทธิภาพในแดนหน้าถือเป็นภารกิจเร่งด่วนอันดับหนึ่งของลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ดาวยิงสูงสุดของทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตัดสินใจอำลาทีมไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมา ประกอบกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ อูโก้ เอกิติเก้ กองหน้าชาวฝรั่งเศสมีอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายจนต้องพลาดการลงสนามในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลใหม่อย่างแน่นอน ขณะที่ เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกทีมชาติอิตาลีก็คาดว่าจะย้ายออกจากทีมในซัมเมอร์นี้ ทำให้การได้ตัวมูนญอซเข้ามา จะช่วยเพิ่มมิติและความหลากหลายให้แก่แนวรุกของอิราโอลาได้อย่างตรงจุด

สถิติภาพรวมของมูนญอซกับโอซาซูนาในฤดูกาลที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่เขาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในเวทีลาลีกา โดยลงสนามไปถึง 36 นัดในทุกรายการ ยิงได้ 7 ประตู และทำไปอีก 5 แอสซิสต์ จนฟอร์มไปเข้าตาทั้ง บาร์เซโลนา และนิวคาสเซิล จนกระทั่งผลงานอันโดดเด่นทำให้ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ เรียกตัวเขาติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และทำประตูได้ทันทีในนัดเปิดตัวที่ชนะเซอร์เบีย จนมีชื่อเป็น 1 ในขุนพลทัพกระทิงดุลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ในที่สุด

 

บทวิเคราะห์สไตล์การเล่น: "ปีกโบราณ" ผู้เกิดมาเพื่อทลายเกมรับและ Low Block

จากการวิเคราะห์เชิงลึกโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ ดิ แอธเลติก พบว่า วิคเตอร์ มูนญอซ มีคุณลักษณะของ "ปีกสไตล์โบราณ" (Throwback Winger) ที่หาได้ยากในฟุตบอลยุคปัจจุบัน เขามีจุดเด่นที่ความเร็วจัดจ้าน ทักษะการครองบอลที่ยอดเยี่ยม และพลังงานที่ไม่มีหมด โดยมีสไตล์การเล่นที่น่าสนใจดังนี้

  • ราชาแห่งการดวลเดี่ยว (1-on-1): ข้อมูลสถิติ (Pizza Chart) ประจำเดือนเมษายนระบุว่า มูนญอซติดอยู่ในกลุ่มเปอร์เซ็นไทล์ที่ 98 (เหนือกว่าผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันถึง 98%) ในบรรดา 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ในเรื่องของความสามารถในการเลี้ยงบอลกินตัว (Take-ons) ต่อการสัมผัสบอล 100 ครั้ง เขาพร้อมวิ่งเข้าใส่ฟูลแบ็กคู่แข่งเพื่อกระชากไปถึงเส้นหลังเสมอ
  • การขับเคลื่อนเกมรุกแนวลึก (Progressive Carries): เกือบ 1 ใน 3 ของการพาบอลขึ้นหน้าของมูนญอซ จัดเป็นการพาบอลขับเคลื่อนเกมรุกไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ (Progressive) เขามีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและฝีเท้าที่ว่องไว ทำให้สามารถเปลี่ยนทิศทางในพื้นที่แคบ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ดังเช่นในเกมพบ แอตเลติโก มาดริด ที่เขาสามารถลากบอลฝ่าแนวรับขยับจากแดนตัวเองขึ้นไปสร้างโอกาสยิงได้อย่างง่ายดาย
  • ทีเด็ดลูกยิงไกลและสัญชาตญาณในกรอบเขตโทษ: มูนญอซมีอาวุธเด็ดในการแต่งบอลตัดเข้าในแล้วปั่นโค้งด้วยเท้าขวา รวมถึงการทำประตูด้วยเท้าซ้ายข้างไม่ถนัด และแม้จะมีความสูงเพียง 173 เซนติเมตร แต่เขากลับทำประตูด้วยหัวจากการวิ่งสอดเข้าไปโหม่งที่เสาสองได้ถึง 2 ครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเคลื่อนที่อันชาญฉลาดในกรอบเขตโทษ

อย่างไรก็ตาม จุดที่มูนญอซยังต้องพัฒนาต่อยอดภายใต้การโค้ชของ อันโดนี อิราโอลา คือ "การสร้างสรรค์โอกาสขั้นสุดท้าย" (Creative Output) เนื่องจากบางครั้งเขามักจะเก็บบอลไว้กับตัวนานเกินไป หรือขาดความสม่ำเสมอในการเปิดบอลครอส ซึ่งข้อบกพร่องเรื่องการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายนี้ เป็นสิ่งที่สามารถขัดเกลาและพัฒนาได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับในรายของ เฌเรมี โดกู ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทว่าความสามารถเฉพาะตัวในการพาบอลทลายแนวรับและแก้ไขสถานการณ์เมื่อเจอคู่แข่งที่เน้นตั้งรับลึก (Low Block) คือคุณสมบัติอันล้ำค่าที่ลิเวอร์พูลมองเห็นในตัวปีกดาวรุ่งรายนี้

ข่าวล่าสุด