"เนลลี่ คอร์ด้า" คุมสติเฉือนนิ่ม คว้าแชมป์เมเจอร์ที่ 2 ของปี
ก่อนการแข่งขันรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้น มีผู้เล่นถึง 7 รายที่มีสกอร์บี้ติดกันภายในระยะห่างไม่เกิน 2 สโตรก เนลลี่ คอร์ด้า วัย 27 ปี ซึ่งออกสตาร์ทวันแรกไม่ดีนักหลังหวดไป 2 โอเวอร์พาร์ 73 (ซึ่งในรอบนั้นเธอต้องเปลี่ยนรองเท้าไนกี้คู่ใจที่ เลบรอน เจมส์ มอบให้กลางคัน) ก่อนจะปรับเปลี่ยนวิธีจับกริปตามคำแนะนำของ เจสสิก้า พี่สาว จนเร่งเครื่องหวด 67 สองวันติดขึ้นมานำร่วมในรอบที่สาม
ในรอบสุดท้าย คอร์ด้า เล่นด้วยความรัดกุมรอบด้านและมีความนิ่งทางอารมณ์สูงมาก โดยเธอเก็บ 9 พาร์ติดต่อกันในช่วงเก้าหลุมหลัง ท่ามกลางกระแสลมแรง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นที่หลุม 17 พาร์ 5 เมื่อคอร์ด้า พัตต์เบอร์ดี้ระยะ 9 ฟุตลงไปอย่างเด็ดขาด ฉีกหนีขึ้นนำเดี่ยวในกลุ่มผู้ท้าชิงอย่าง ชาร์ลีย์ ฮัลล์ (อังกฤษ) และ กาบี้ โลเปซ (เม็กซิโก)
ทว่าไฮไลต์ที่กลายเป็นไวรัลทั่วโลกเกิดขึ้นที่หลุม 18 พาร์ 4 เมื่อคอร์ด้า ตีช็อตสองมาออนกรีนห่างจากหลุม 35 ฟุต และพัตต์แรกเก็บระยะขึ้นมาเหลือระยะพัตต์พาร์ปิดกล่องแชมป์เพียง 2 ฟุตครึ่ง แต่ลูกกอล์ฟกลับวิ่งกินขอบซ้ายแล้วหมุนคว้างรอบปากหลุมครึ่งรอบท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของแฟนกอล์ฟรอบกรีน ก่อนที่ลูกจะทิ้งตัวลงก้นหลุม ส่งผลให้คอร์ด้า จบสกอร์รอบสุดท้ายที่ 2 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 276 คว้าแชมป์ยูเอส วีเมนส์ โอเพน สมัยแรกในชีวิต และเป็นแชมป์เมเจอร์ที่ 4 ในอาชีพ (เมเจอร์ที่ 2 ติดต่อกันในปีนี้หลังคว้า เชฟรอน แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนเมษายน) พร้อมรับเงินรางวัลแชมป์ก้อนโตสูงถึง 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 87 ล้านบาท)