"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ยอดทีมแห่งศึก ลา ลีกา สเปน บรรลุข้อตกลงมูลค่า 80 ล้านยูโร ในการคว้าตัว "แอนโทนี่ กอร์ดอน" ตัวรุกริมเส้นทีมชาติอังกฤษของ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มาร่วมถิ่นคัมป์ นู เป็นที่เรียบร้อย พร้อมเงื่อนไขส่วนแบ่งการย้ายทีมในอนาคต (Sell-on clause)
โดยบอร์ดบริหารของสโมสรบาร์เซโลน่าได้ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับตัวรุกวัย 25 ปีรายนี้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค และ เดโก้ ผู้อำนวยการกีฬา เป็นผู้ผลักดันดีลนี้ด้วยตัวเอง เนื่องจากประทับใจในความสามารถเฉพาะตัวของกอร์ดอน ที่จะเข้ามาเติมเต็มเกมรุกริมเส้นฝั่งซ้าย
ก่อนหน้านี้ แอนโทนี่ กอร์ดอน ตกเป็นเป้าหมายหลักของ บาเยิร์น มิวนิค แชมป์บุนเดสลีกา ทว่าทัพเสือใต้ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าตัวในระดับ 80 ล้านยูโร ส่งผลให้บาร์เซโลน่าปาดหน้าคว้าลายเซ็นไปครอง โดยผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา กอร์ดอนลงสนามให้นิวคาสเซิ่ล 46 นัด ยิงไป 17 ประตู และเป็นการยิงในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ถึง 10 ประตู จาก 12 นัด รวมถึงเพิ่งมีชื่อติดโผ 26 ขุนพลทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 อีกด้วย
ยอมจ่ายค่าตัวแพงเพื่อลดเพดานค่าเหนื่อยระยะยาว
รายงานเชิงลึกระบุว่า สาเหตุที่บาร์เซโลน่าเลือกทุ่มเงินก้อนโตซื้อตัวกอร์ดอน ทั้งที่มีออปชั่นซื้อขาด มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าวัย 28 ปีจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ราคา 30 ล้านยูโร เป็นเพราะโครงสร้างทางการเงินระยะยาว โดยแรชฟอร์ดเพิ่งหมดสัญญายืมตัวหลังทำผลงาน 14 ประตู 14 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 49 นัด พาทีมคว้าแชมป์ลา ลีกา
ทว่า บอร์ดบริหารบาร์เซโลน่าวิเคราะห์ว่า ความต้องการค่าเหนื่อยของกอร์ดอนมีตัวเลขที่ต่ำกว่าแรชฟอร์ดอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับอายุที่ยังน้อย (25 ปี) ทำให้สโมสรสามารถขยายระยะเวลาสัญญาให้ยาวขึ้น เพื่อกระจายการหักค่าเสื่อมทางบัญชี (Amortise) ของค่าตัวได้คุ้มค่ากว่า และทำให้เพดานเงินเดือนของทีมไม่ได้รับผลกระทบ