บุรีรัมย์ 9 คนฝ่าวิกฤตพ่ายยะโฮร์ 1-2 แต่สกอร์รวมเบียด 4-3 ลิ่วชิง Shopee Cup
14 พ.ค. 2569

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างปาฏิหาริย์เหลือ 9 คนในสนาม จบเกมพ่ายยะโฮร์ 1-2 แต่ผลรวมชนะ 4-3 ทะลุเข้าชิงชนะเลิศ Shopee Cup 2025/26 พบ สลังงอร์ เอฟซี
ข่าว
14 พ.ค. 2569

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างปาฏิหาริย์เหลือ 9 คนในสนาม จบเกมพ่ายยะโฮร์ 1-2 แต่ผลรวมชนะ 4-3 ทะลุเข้าชิงชนะเลิศ Shopee Cup 2025/26 พบ สลังงอร์ เอฟซี
ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน "SHOPEE CUP 2025/26" รอบรองชนะเลิศ เลกสอง เมื่อคืนวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ณ บุรีรัมย์ สเตเดียม กลายเป็นแมตช์ประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลต้องจดจำ เมื่อ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับสถานการณ์สุดกดดันก่อนจะอาศัยสปิริตนักสู้พ่ายให้กับ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม (JDT) 1-2 แต่รวมผลสองนัด บุรีรัมย์ เอาชนะไปด้วยสกอร์รวม 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
เกมในช่วงแรก ยะโฮร์ เป็นฝ่ายครองเกมบุกเข้าใส่ได้มากกว่าและเกือบได้ประตูนำหลายครั้งจาก เบิร์กสัน กองหน้าตัวเก่ง แต่ นีล เอเธอร์ริดจ์ และแนวรับบุรีรัมย์ยังช่วยกันป้องกันไว้ได้ จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 45+9 ยะโฮร์มาได้จุดโทษ และเป็น เบิร์กสัน ที่สังหารไม่พลาดให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0
เข้าสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 62 ยะโฮร์ บวกสกอร์เพิ่มเป็น 2-0 จาก มาร์กอล กิลแยร์เม่ ทำให้ผลสกอร์รวมสองนัดเสมอกันที่ 3-3 บุรีรัมย์พยายามบุกทวงประตูคืนและเกือบทำสำเร็จจากจังหวะซ้ำของ ศศลักษณ์ ไหประโคน และลูกยิงชนคานของ ปีเตอร์ ซูลจ์ แต่สุดท้ายจบ 90 นาทีไม่มีประตูเพิ่ม ต้องไปตัดสินกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 98 เมื่อ โกรัน เคาซิช ตัดบอลได้ก่อนจ่ายให้ คิงสลีย์ ชินด์เลอร์ ซัดเต็มข้อผ่านมือผู้รักษาประตูยะโฮร์เข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้บุรีรัมย์ไล่มาเป็น 1-2 และทำให้สกอร์รวมนำเป็น 4-3
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับมาตึงเครียดเมื่อบุรีรัมย์ต้องเหลือผู้เล่นน้อยกว่า:
แม้จะเหลือเพียง 9 คนในสนามในช่วง 5 นาทีสุดท้าย แต่ทัพปราสาทสายฟ้ายังช่วยกันยันเกมบุกของยะโฮร์ไว้ได้จนจบเกม ทำให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ สลังงอร์ เอฟซี ทีมแกร่งจากมาเลเซียอีกหนึ่งทีม
มาร์ค แจ็คสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวชื่นชมลูกทีมว่า "ผมภูมิใจกับนักเตะทุกคนที่เล่นกันอย่างเต็มที่ แม้จะล้มแต่เราก็ลุกได้เสมอ ส่วนเรื่องการขาด บิสโซลี และ เคาซิช ในนัดชิงฯ ถือเป็นเรื่องเสียหาย แต่เรามีขุมกำลังที่ดีพอจะทดแทน"
ด้าน คิงสลีย์ ชินด์เลอร์ ผู้ทำประตูสำคัญระบุว่า "ทุกคนแสดงสปิริตความเป็นนักสู้ออกมา เราเคยเจอสถานการณ์แบบนี้และเราเชื่อมั่นในกันและกันจนผ่านมันมาได้"
ชัยชนะด้วยสกอร์รวม 4-3 ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การผ่านเข้ารอบ แต่คือบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจของนักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แม้จะต้องขาดขุนพลหลักในนัดชิงชนะเลิศจากโทษแบน แต่แนวโน้มของทีมที่เปี่ยมไปด้วยสปิริตเช่นนี้ทำให้แฟนบอลเชื่อมั่นได้ว่าตำแหน่งแชมป์อาเซียนอยู่ไม่ไกล ข้อสังเกตสำคัญคือการรับมือกับ สลังงอร์ เอฟซี ในนัดชิงชนะเลิศที่จะต้องไปเล่นเป็นทีมเยือนก่อน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความเคี่ยวของยอดทีมแห่งถิ่นอีสานใต้
ข่าวล่าสุด