เนชั่นทีวี

ข่าว

"หนุ่ม นครปฐม" โต้กลับ "มาดามเก่ง" ปัดเป็นเจ้าของพระ 65 ล้าน แฉถูกลวงไปดักซ้อม

14 พ.ค. 2569

"หนุ่ม นครปฐม" โต้กลับ "มาดามเก่ง" ปัดเป็นเจ้าของพระ 65 ล้าน แฉถูกลวงไปดักซ้อม

"หนุ่ม นครปฐม" แจงยิบดีลพระเครื่อง 65 ล้าน ยันเป็นแค่คนช่วยประเมินราคา ไม่ใช่เจ้าของพระ แฉถูก "มาดามเก่ง" โยนภาระรับซื้อต่อทำกำไรส่วนต่าง 10 ล้าน จนเป็นเหตุเช็คเด้ง พร้อมแฉปมระทึกถูกดักทำร้ายสาหัส

14 พฤษภาคม 2569 ดีลซื้อขายพระเครื่องมูลค่า 65 ล้านบาท ยังคงกลายเป็นประเด็นร้อน หลัง "หนุ่ม นครปฐม" ออกมาโต้กลับ "มาดามเก่ง" ยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นเจ้าของพระ และไม่ได้ร่วมขบวนการซื้อขายพระตั้งแต่ต้น แต่เพียงถูกโทรศัพท์ตามให้เข้าไปช่วยประเมินราคาเท่านั้น พร้อมเปิดใจถึงเหตุการณ์ถูกดักทำร้ายร่างกาย จนเชื่อว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับความขัดแย้งในวงการพระครั้งนี้

"หนุ่ม นครปฐม" เปิดเผยกับทีมข่าวเนชั่นทีวีว่า ในวันที่มีการซื้อขายพระเครื่องชุด 53 องค์ มูลค่ากว่า 65 ล้านบาทนั้น ตนไม่ได้เดินทางไปพร้อมกลุ่มเซียนพระคนอื่น และไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้น กระทั่งภายหลัง มาดามเก่งโทรศัพท์ตามให้เข้าไปช่วยดูพระและประเมินราคาให้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งสองมีความสนิทสนมและทำธุรกิจร่วมกันอยู่แล้ว

"หนุ่ม นครปฐม" โต้กลับ "มาดามเก่ง" ปัดเป็นเจ้าของพระ 65 ล้าน แฉถูกลวงไปดักซ้อม

เมื่อเดินทางไปถึงสถานที่นัดหมาย พบว่ามี เจน ปิยะทัศน์ , ต้อม นครสวรรค์ , เฮียตี๋ตื่น และมาดามเก่งอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าวแล้ว โดยหน้าที่ของตนมีเพียงช่วยตรวจสอบพระ ประเมินราคา และจดมูลค่าของพระแต่ละองค์เท่านั้น ส่วนราคาซื้อขายสุดท้าย เป็นการตกลงกันระหว่างมาดามเก่งกับเจน ปิยะทัศน์ โดยตรง

หนุ่ม นครปฐม ยืนยันชัดว่า พระชุดดังกล่าวไม่มีของตนแม้แต่องค์เดียว และไม่เคยร่วมทำธุรกรรมซื้อขายพระกับเจน ปิยะทัศน์ มาก่อน พร้อมมองว่าการออกมาแถลงของมาดามเก่ง ทำให้สังคมเข้าใจผิด ราวกับว่าตนและเซียนพระอีก 2 คน คือ เจน และต้อม ร่วมกันนำพระไปขายหรือหลอกลวง ทั้งที่ข้อเท็จจริง ตนเข้าไปเพียงเพื่อช่วยประเมินราคาเท่านั้น

ภายหลังการพูดคุย มาดามเก่งกลับให้ตนและต้อม นครสวรรค์ เป็นผู้รับซื้อพระชุดดังกล่าว โดยแบ่งกันคนละครึ่ง มูลค่ารวม 75 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากราคาซื้อขายเดิม 65 ล้านบาทอีก 10 ล้านบาท โดยส่วนต่างดังกล่าวเป็นกำไรของมาดามเก่ง

ขณะที่พระเครื่องทั้ง 53 องค์ เป็นหน้าที่ของตนและต้อม นครสวรรค์ ที่ต้องนำไปขายต่อ เพื่อนำเงินจำนวน 75 ล้านบาทมาเคลียร์กับมาดามเก่ง ก่อนที่มาดามเก่งจะนำเงินไปชำระต่อให้กับเจน ปิยะทัศน์ อีกทอดหนึ่ง

แต่ต่อมา ตนและต้อม นครสวรรค์ กลับมีปัญหาเรื่องการจำหน่ายพระ ไม่สามารถหาเงินมาได้ทันกำหนด ทำให้เช็คจำนวน 12 ฉบับ ที่เคยเซ็นมอบไว้ให้กับมาดามเก่ง ไม่สามารถขึ้นเงินได้ทั้งหมดตั้งแต่ฉบับแรก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเรื่อยมา

นอกจากนี้ หนุ่ม นครปฐม ยังเปิดเผยถึงกรณีหนี้สินกว่า 100 ล้านบาทกับมาดามเก่งว่า เป็นเรื่องจริง เนื่องจากทำธุรกิจและผลประโยชน์ส่วนตัวที่ทำร่วมกันมานาน

อีกประเด็นสำคัญ คือเหตุการณ์ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 โดยหนุ่ม นครปฐม เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ มาดามเก่งเป็นผู้ติดต่อให้ออกไปพบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อพูดคุยสรุปบัญชีหนี้สิน และให้ตนไปเปิดห้อง Private Room รอไว้ก่อน

แต่เมื่อเดินทางไปถึงและนั่งรออยู่ภายในห้องได้ไม่นาน กลับมีชาย 2 คน เดินเข้ามาก่อเหตุทำร้ายทันที โดยใช้อาวุธของแข็งฟาดเข้าที่ศีรษะหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

"หนุ่ม นครปฐม เชื่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับมาดามเก่งโดยตรง เนื่องจากวันและเวลานัดหมาย มีเพียงตนและมาดามเก่งเท่านั้นที่รับรู้"

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเปิดเผยอีกว่า หลังถูกทำร้าย สุขภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งอาการมึนงง ความจำลดลง และสายตาพร่ามัว โดยเฉพาะในวันเกิดเหตุที่ภาพตรงหน้าดับวูบไปชั่วขณะ

ขณะที่คดีทำร้ายร่างกายจนถึงขณะนี้ เวลาผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว แต่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ และทุกวันนี้ยังคงใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง พร้อมยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน