เนชั่นทีวี

ข่าว

ซีเกมส์ดราม่าไม่จบ! บ.เช่ารถแฉยังค้างเงิน 33 ล้าน ชี้การบริหารที่ผิดพลาดทำเที่ยววิ่งพุ่ง

30 เม.ย. 2569

ซีเกมส์ดราม่าไม่จบ! บ.เช่ารถแฉยังค้างเงิน 33 ล้าน ชี้การบริหารที่ผิดพลาดทำเที่ยววิ่งพุ่ง

ดราม่าค้างค่ารถซีเกมส์! "ธนัชวิชญ์ แทรเวล" แฉออร์แกไนเซอร์ยังค้างเงินอีก 33 ล้าน ทำแบกหนี้อ่วม ชี้บริหารจัดการล้มเหลว พาวิลเลียนสนามบินเสร็จไม่ทัน ทำระบบรถเวียนล่มจนเที่ยววิ่งพุ่ง 4 เท่า

ผู้บริหาร ธนัชวิชญ์ แทรเวล ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อในเครือเนชั่น เผยเบื้องหลังการบริหารจัดการขนส่งนักกีฬาซีเกมส์ล้มเหลว ทำเที่ยวรถพุ่งเกินกว่าที่คาดการณ์ถึง 4 เท่า เหตุพาวิลเลียนสนามบินเสร็จไม่ทันและระบบรถเวียนใช้จริงไม่ได้ เผยตัวกลางจ่ายเงินแค่ 3 แสนก่อนเริ่มงานไม่นาน ทำบริษัทต้องกู้เงินสำรองจ่าย ตอนนี้ยอดรวมค้างถึง 33 ล้านบาท

นพ.ธนัช เงินประเสริฐศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนัชวิชญ์ แทรเวล กรุ๊ป เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกถึงปัญหาการค้างชำระค่าจ้างเดินรถในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าบริษัทได้รับงานผ่านบริษัทตัวกลาง ซึ่งเป็นออร์แกไนเซอร์ที่รับงานจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) อีกทอดหนึ่ง

 

แฉระบบ Shuttle Bus ล่มสลาย เหตุพาวิลเลียนเสร็จไม่ทัน

นพ.ธนัช ระบุว่า ตามแผนงานเดิมที่ตกลงกันไว้ การขนส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จะใช้ระบบ Shuttle Bus (รถเวียน) ตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณและจำนวนรถ แต่ในทางปฏิบัติกลับเกิดความล้มเหลวตั้งแต่วันแรก

  • พาวิลเลียนสนามบินสุวรรณภูมิ: สร้างเสร็จก่อนพิธีเปิดเพียง 2 วัน ทำให้นักกีฬาที่เดินทางมาถึงก่อนไม่มีจุดพักคอย
  • การบริหารจัดการล้มเหลว: เมื่อไม่มีที่พักคอย นักกีฬามาถึงต้องขึ้นรถทันที ทำให้จากเดิมที่ตั้งเป้ารถเวียนออกทุกชั่วโมง กลายเป็นรถออกจากสนามบินแทบทุกนาที
  • เที่ยววิ่งพุ่ง 4 เท่า: จากที่ประมาณการไว้ที่ 560 เที่ยวสำหรับการรับ-ส่งสนามบินตลอดการแข่งขัน กลับพุ่งสูงขึ้นเกือบ 2,000 เที่ยว

ในส่วนของงบประมาณ นพ.ธนัช ให้ข้อมูลว่าในสโคปงานที่เกี่ยวข้องกับที่พักและการขนส่งมีงบประมาณสูงถึง 246 ล้านบาท แต่ความผิดปกติเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มงาน

  • บริษัทเสนอราคาเริ่มต้นที่ 73 ล้านบาท (สำหรับ 5,600 เที่ยว) แต่ถูกบีบให้ลดเหลือ 27 ล้านบาท (ประมาณ 3,200 เที่ยว) โดยให้บริหารจัดการแบบโยกรถไปมา
  • 2 สัปดาห์ก่อนเริ่มงาน ตัวกลางโอนเงินมัดจำเพื่อยืนยันการใช้รถเพียง 300,000 บาท

บริษัทต้องตัดสินใจกู้เงิน OD มาเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อสำรองจ่ายให้กับรถร่วมบริการ (Outsource) เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นที่รถหายาก จนบางช่วงถูกเรียกราคาสูงถึง 10,000 บาทต่อเที่ยว

รถฟิกซ์ (Fixed) กระทบระบบบริหารจัดการ

นพ.ธนัช เสริมว่าปัญหาไม่ได้มีแค่ที่สนามบิน แต่รวมถึงการจัดการรถสำหรับนักกีฬาและ VIP (T1/T2) ที่เดิมกำหนดเป็นรถเวียน แต่ภายหลังมีการเรียกร้องจากสมาคมกีฬาต่างๆ ทำให้ต้องเปลี่ยนเป็นรถฟิกซ์ประจำทีมเกือบทั้งหมด ส่งผลให้ปริมาณการใช้รถจริงสูงกว่าที่ตกลงในสัญญาอย่างมหาศาล แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่าการเพิ่มขึ้นของเที่ยวรถและค่าใช้จ่ายทั้งหมด ได้ผ่านการอนุมัติจาก กกท. และบริษัทตัวกลางทั้งหมดอย่างแน่นอน

"เราทำงานระดับชาติอย่างเต็มที่เพื่อให้ไม่มีภาพลบออกสู่สายตาชาวโลก แต่ผลตอบแทนที่ได้คือเราถูกทิ้งให้แบกภาระหนี้ 33 ล้านบาท ขณะที่ตัวกลางอ้างว่าเป็นสัญญาเหมาเบ็ดเสร็จไม่รับรู้ส่วนเพิ่ม ทั้งที่เรามีหลักฐานการสั่งงานทุกวินาที" นพ.ธนัช กล่าว

ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการส่งหนังสือทวงถามหนี้และเตรียมยื่นฟ้องดำเนินคดีหากยังไม่มีความคืบหน้า เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับบริษัทและผู้ประกอบการรถร่วมที่ได้รับความเดือดร้อน