"ราเชน" เปิดใจปมปลดฟ้าผ่าพ้น "อธิบดีฝนหลวง" ยื่นลาออกราชการแล้ว
29 เม.ย. 2569

"ราเชน" อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เปิดใจหลังถูก ครม. เด้งไปเป็นผู้ตรวจฯ ดึง “วิทยา” เสียบแทน แฉปมถูกแทรกแซงจากคนอ้างชื่อ รมต. พร้อมยื่นใบลาออกทิ้งเก้าอี้ราชการก่อนเกษียณ
ข่าว
29 เม.ย. 2569

"ราเชน" อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เปิดใจหลังถูก ครม. เด้งไปเป็นผู้ตรวจฯ ดึง “วิทยา” เสียบแทน แฉปมถูกแทรกแซงจากคนอ้างชื่อ รมต. พร้อมยื่นใบลาออกทิ้งเก้าอี้ราชการก่อนเกษียณ
29 เมษายน 2569 ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน โดยให้นายวิทยา แก้วมี ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และ ให้นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติให้ต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงค์ (ชื่อเดิม นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์) ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งดำรงตำแหน่งดังกล่าวครบ 4 ปี เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ต่อไป อีก 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2570 และรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2569
แหล่งข่าวใกล้ชิด นายราเชน เปิดเผยว่า การย้ายฟ้าผ่าในครั้งนี้ส่งผลให้ นายราเชน รู้สึกอึดอัดในการทำงาน และเตรียมยื่นใบลาออกจากราชการแล้ว เนื่องจากถูกกดดันในการทำงานจากผู้แอบอ้างว่าเป็นคนใกล้ชิดของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
อดีตอธิบดีกรมฝนหลวง กระทรวงเกษตรฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ภายหลังมีคำสั่งย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ ระบุว่า ที่โดนเด้ง เพราะมีโทรศัพท์จากซีอีโอ สายการบิน ชื่อเป็นสัตว์แต่อยู่บนอากาศ นามสกุล จ. มาขอพบ พอถึงวันมา มีคน 3 คน มาพบบอกว่าจะมาช่วยดูงานซ่อมอากาศยาน แต่อธิบดีไม่ได้พบ เพราะมีงานนัดหมายล่วงหน้า ไม่รู้เป็นมิจฉาชีพหรือไม่
ต่อมา มีการมาขอพบใหม่ อ้างว่าเป็นเครือญาติผู้ใหญ่ ก็ยังไม่ได้ให้พบ เพราะติดไปทำเรื่องฝุ่นที่เชียงใหม่ จากนั้นมีการนัดหมายมาใหม่ คราวนี้บอกเป็นหลานผู้ใหญ่เลย แต่อธิบดีก็ติดภารกิจ ไปทำงานกับหน่วยงานที่เตรียมการกันไว้ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 ยังไปทำงานกับ รมช.วัชระพล ขาวขำ
อย่างไรก็ตาม อดีตอธิบดีกรมฝนหลวง กระทรวงเกษตรฯ บอกอีกว่าเคยพบว่าการ "สุริยะ" หนเดียว น้อมรับการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ ทำไปแล้วก็ไม่ว่ากัน "ผมเป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ไม่ได้ก็ลาออก"
เมื่อถามว่าคิดจะลาออกไหม อธิบดีบอกว่า จริงๆ ตั้งใจจะลาออก 7 สิงหาคมนี้ เพราะอายุจะครบ 60 ปีแล้ว ปรากฏว่าตอนนี้ก็เลยได้ทำใบลาออกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน(28 เม.ย.2569) ก็เปิดโอกาสให้ผู้บริหารหาคนมาทำงาน ก็เป็นข้าราชการต้องมีวินัย ให้มีผลภายในเดือนมิถุนายนนี้
นอกจากนี้ ช่วงต้นเมษายน มีสายลึกลับ (ผู้ใหญ่) ให้เอาคำขอตั้งงบประมาณปี 70 ไปพบผู้ใหญ่ของพรรคแถวชั้น 4 ที่รัชดา โดนเรียกไปทุกกรม
พร้อมกันนี้ ยังถูกมองว่าเป็นคนของพรรคนั้นพรรคนี้ แต่ยืนยันว่าตนเองเป็นข้าราชการคนทำงาน
อธิบดีฝนหลวงฯ โพสต์เปิดใจ
"ขอบคุณทุกท่านที่โทรมาให้กำลังใจ
ไม่ได้รับสายขออย่าโกรธนะครับ
น้อมรับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
เป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ตรงไหนก็น้อมรับครับ
ทำประโยชน์ให้ประชาชนคนไทย
อีก 5 เดือนก็ต้องไปแล้ว
ไปช้าไปเร็ว
30 กันยายน ก็ต้องไป ตามวิถีราชการ น้อมรับด้วยความยินดี
ไม่มีโอกาสได้ดูแลครอบครัวและลูก ได้บอกลูกว่ามาทำงานเพื่อ
ประเทศชาติ สงสารแต่ลูกตัวน้อยเพิ่งจะเข้า ป.1
มาถามว่าพ่อจะมาอยู่กับหนูเมื่อไร
วันนี้มีคำตอบแล้ว
คงก้าวเดินออกจากชีวิตราชการที่ทุ่มเทให้เพื่อประเทศชาติ กลับ
ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข
คงต้องพิจารณาตัวเอง
จบชีวิตราชการก่อน 60 ปี
อย่างมีศักดิ์ศรี ของราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผมไม่ใช่ข้าราชการการเมืองโดน
ให้ร้ายมาตลอด
ขอบคุณสำหรับกำลังใจของทุกท่านที่โทรมาให้กำลังใจ ไม่สู้ครับ
น้อมรับคำสั่ง
กรมฝนหลวงยังเป็นกรมของพระราชา ที่พร้อมช่วยเหลือพี่น้อง
ประชาชนคนไทยทุกคนที่เดือดร้อน"
ข่าวล่าสุด