อดีตที่สวยงามของลิเวอร์พูลในการพบกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น อาจไม่มีความหมายมากนักในค่ำคืนวันพุธนี้ เมื่อ “หงส์แดง” ในสภาพที่แทบไม่หลงเหลือภาพทีมลุ้นแชมป์ จะเปิดสนามแอนฟิลด์รับมือจ่าฝูงเอเรดิวิซีในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดที่ 5 ของรอบลีกเฟส
แม้ลิเวอร์พูลจะเคยเอาชนะพีเอสวีได้ทั้ง 3 นัดที่เล่นในแอนฟิลด์ และชนะไปถึง 5 จาก 7 ครั้งที่พบกันก่อนหน้านี้ แต่ครั้งนี้สถานการณ์แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะทีมของอาร์เน่อ ชล็อต กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตกอย่างหนัก ขณะที่พีเอสวีของ ปีเตอร์ บอสซ์ ไร้พ่ายในทุกรายการมาถึง 11 เกมติดต่อกัน
ลิเวอร์พูล: จากแชมป์สู่ทีมที่หลงทิศ
ความพ่ายแพ้ต่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-0 ในนัดล่าสุด กลายเป็นหลักฐานชัดเจนถึงความตกต่ำของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ ซึ่งความพ่ายแพ้ต่อเนื่องทำให้พวกเขาร่วงไปอยู่โซนล่างของตารางแล้ว
ปัญหาของลิเวอร์พูลกระจายอยู่ทั่วทั้งทีม ไม่ว่าจะเป็นเกมรับรั่วหนัก เสียประตูรวม 6 ลูกใน 2 เกมลีกหลังสุด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1965 อิบราฮิม่า โกนาเต้ ถูกโยงเรื่องสัญญาที่ยังไม่คืบหน้า, มิลอส เคอร์เคซ ยังดูไม่พร้อมกับบทบาทตัวจริง และการหายไปของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลังย้ายไป เรอัล มาดริด ที่ทิ้งช่องว่างมหาศาลเอาไว้
ด้านเกมรุกก็ไม่ต่างกัน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฟอร์มตกจากมาตรฐานเดิม, อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่เพิ่งย้ายมา ยังไม่สามารถประสานงานกับเพื่อนได้ และโฟลเรียน เวียร์ตซ์ ยังปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษไม่สำเร็จ
ทำให้เวลานี้ลิเวอร์พูลแทบไม่มีทางป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แล้ว และต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้า เว้นแต่จะคว้าแชมป์รายการนี้ในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ในเวทียุโรป ลิเวอร์พูลยังทำผลงานได้ดี โดยชนะ 3 จาก 4 นัด รั้งอันดับ 8 ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายที่ได้ตั๋วเข้ารอบแบบอัตโนมัติ