พรีวิวฟุตบอลอาเซียนคัพ U23 รอบรองชนะเลิศ: ช้างศึกจูเนียร์ ดวล อินโดนีเซีย
25 ก.ค. 2568 | apirak_pra

เช็กความพร้อมและสถิติของศึกฟุตบอลอาเซียนคัพ U23 รอบรองชนะเลิศ อินโดนีเซีย พบ ไทย คืนนี้ 20.00 น. ลุ้น ช้างศึกจูเนียร์ เข้ารอบชิงฯ
ข่าว
25 ก.ค. 2568 | apirak_pra

เช็กความพร้อมและสถิติของศึกฟุตบอลอาเซียนคัพ U23 รอบรองชนะเลิศ อินโดนีเซีย พบ ไทย คืนนี้ 20.00 น. ลุ้น ช้างศึกจูเนียร์ เข้ารอบชิงฯ
KEY
POINTS
ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ประจำปี 2025 กำลังจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โดย "ช้างศึกจูเนียร์" ทีมชาติไทย U23 เตรียมลงสนามฟาดแข้งกับเจ้าภาพ ทีมชาติอินโดนีเซีย U23 ในคืนวันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ สนามเกโลรา บุง การ์โน ซึ่งเกมนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าทีมใดจะคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป
แฟนบอลชาวไทยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ตามช่องทางดังนี้
---
ภายใต้การคุมทีมของ เยอรัลด์ วาเนนเบิร์ก ฟอร์มการเล่นของอินโดนีเซียยังคงขาดความสม่ำเสมอ โดยเกมล่าสุดทำได้เพียงเสมอกับมาเลเซีย 0-0 ทำให้ผลงาน 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการอยู่ที่ ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 แม้จะไม่น่าประทับใจนัก แต่คาดว่าในเกมนี้อินโดนีเซียจะเปิดเกมรุกเต็มกำลัง เพื่อหวังเก็บชัยชนะต่อหน้าแฟนบอลเจ้าถิ่น
ด้านความพร้อมของทีม อินโดนีเซียถือว่าสมบูรณ์เต็มร้อย มีเพียงกองกลางตัวหลัก 2 ราย ได้แก่ โทนี่ เฟอร์มันซายาห์ และ อาร์คาน ฟีกรี ที่มีอาการบาดเจ็บและต้องรอเช็กอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่เหลือพร้อมลงสนามทั้งหมด ทำให้วาเนนเบิร์กสามารถจัดทัพชุดที่ดีที่สุดลงสนามได้ โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการคว้าชัยชนะเพื่อเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับคืนมา
ทัพช้างศึกชุดเล็กฟอร์มสะดุดเล็กน้อยในนัดล่าสุด หลังทำได้เพียงเสมอเมียนมา 0-0 ซึ่งเป็นเกมที่รูปเกมไม่เป็นไปตามที่หวัง ทำให้สถิติ 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการอยู่ที่ ชนะ 1 เสมอ 1 และแพ้ถึง 3 นัด
สำหรับความพร้อมก่อนดวลอินโดนีเซีย "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน ยังต้องลุ้นความฟิตของ ชนภัช บัวพันธ์ กองหลังตัวหลักที่มีอาการบาดเจ็บ หากไม่ฟิตเต็มร้อย คาดว่าจะไม่เสี่ยงส่งลงสนาม ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเพิ่มเติม โค้ชวังคาดว่าจะจัดทัพด้วยขุมกำลังหลักที่พร้อมเต็มที่ โดยแผงแนวรับน่าจะนำโดย พิชิตชัย เศียรกระโทก, ภัทรพล ศึกษากิจ, สพล น้อยวงษ์ และ พลเอก มณีกร ส่วนแดนกลางใช้สามประสานอย่าง สิทธา บุญหล้า, เสกสรรค์ ราตรี และ สมุทรสงคราม น้ำผึ้ง เพื่อขับเคลื่อนเกม สำหรับแนวรุก จะใช้ความเร็วและเทคนิคของ ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย, พันธมิตร ประพันธ์ และ ยศกร บูรพา เพื่อเจาะแนวรับคู่แข่งและลุ้นทำประตูให้ได้มากกว่านัดก่อน
ในการแถลงข่าวก่อนเกม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ณ สนามเกโลรา บุง การ์โน "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กล่าวว่า "สำหรับผลงานในรอบแรกเราสามารถคว้าแชมป์กลุ่มได้ แต่ว่าฟอร์มการเล่นอาจจะยังไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ยังมีข้อที่ต้องแก้ไขอีกมากมาย คิดว่าในรอบรองชนะเลิศ ที่จะพบกับ อินโดนีเซีย เราจะกลับมาพีค และเล่นได้ดีกว่านี้ เราเข้ามาถึงรอบนี้ เราก็ต้องพร้อมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพร่างกาย หรือจิตใจ และต้องเจอกับทีมที่ดีอย่างอินโดนีเซียด้วย เราต้องพร้อม"
โค้ชวังยังกล่าวถึงคู่ต่อสู้ว่า "อินโดนีเซีย เป็นทีมที่มีคุณภาพ ซึ่งก็เป็นคู่ต่อกรของทีมชาติไทย อยู่แล้ว ก็เป็นทีมระดับท็อปของอาเซียนด้วยกันทั้งคู่ การเจอกัน ฟอร์มการเล่นของอินโดนีเซีย และแฟนบอลที่จะเข้ามาในสนามค่อนข้างเยอะ เรามาที่นี่เพื่อเป็นแชมป์ อยากให้น้องๆ ทุกคน ได้เล่นท่ามกลางบรรยากาศแฟนบอลที่เยอะ ด้วยความกดดันอะไรต่างๆ เพื่อให้เขามีประสบการณ์ตรงนี้ ถ้าเขาผ่านตรงนี้ไปได้ สภาพจิตใจของเขาในการเล่นในทัวร์นาเมนต์ต่อไปจะช่วยได้"
ด้าน เสกสรรค์ ราตรี กัปตันทีมชาติไทย U23 กล่าวเสริมว่า "ผมดีใจครับที่ได้ผ่านเข้ารอบ แต่อย่างที่โค้ชพูด ฟอร์มการเล่นของเรายังไม่ดีเท่าไหร่ หวังว่าเกมวันพรุ่งนี้ จะเป็นวันที่ดีของเรา"
---
การพบกันในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งเกมที่น่าจับตามองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลระดับเยาวชนของอาเซียน ใครจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ต้องติดตาม!