แม้ทั้งสองทีมจะอัดแน่นไปด้วยผู้เล่นคุณภาพ แต่ไฮไลต์สำคัญคือการเจอกันครั้งแรกของโรนัลโด้กับยามาล ซึ่งเป็นนักเตะเจ้าของแชมป์ยูโรทั้งคู่ (โรนัลโด้ในปี 2016, ยามาลในปี 2024)
โรนัลโด้ คือเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย, ลงเล่นทีมชาติมากที่สุด (220 นัด), ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ระดับทีมชาติ (137 ประตู) และคว้าแชมป์รายการใหญ่ทั้งยูโร 2016 และเนชั่นส์ ลีก 2019 โดยยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติแม้อายุ 40 ปี
ส่วน ยามาล แจ้งเกิดในยูโร 2024 ด้วยการยิงประตูใส่ฝรั่งเศสในรอบรองชนะเลิศตอนอายุเพียง 16 ปี ทำลายสถิติของ “เปเล่” ในฐานะผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดในทัวร์นาเมนต์ระดับชาติ เขายังคว้า 3 แชมป์กับบาร์เซโลนาในฤดูกาลเดียว และมีลุ้นบัลลงดอร์ปีนี้
แม้จะมีโรนัลโด้เป็นศูนย์กลาง แต่โปรตุเกสยังมีนักเตะฝีเท้าเยี่ยมอีกมากมาย จนทำให้ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ต้องขบคิดอย่างหนักในการจัดทีม นูโน่ เมนเดส และ ชูเอา เนเวส สองแข้งจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมในแชมเปี้ยนส์ ลีก ต่างมีบทบาทสำคัญในตำแหน่งแบ็ก โดยเมนเดสเป็นคนจ่ายบอลให้โรนัลโด้ยิงประตูชัยใส่เยอรมนี แดนกลางมีทั้ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา แต่ฟอร์มของบรูโน่ยังไม่แน่นอน ทำให้ชื่อของ วิตินญ่า เป็นอีกทางเลือกที่น่าจับตา แนวรุกนอกจากโรนัลโด้ ยังมี ฟรานซิสโก คอนไซเซา, ดิโอโก้ โชต้า, เปโดร เนโต้, ราฟาเอล เลเอา และ กอนซาโล่ รามอส เป็นตัวเลือกเพียบ