หลังบุกไปถล่ม แอธเลติก บิลเบา ถึงถิ่นแคว้นบาสก์ 3-0 ในเลกแรก "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือไพ่เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยได้ประตูจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส (2 ประตู) และ กาเซมิโร่ ตั้งแต่ครึ่งแรก
ชัยชนะในเลกแรกทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่แพ้ใครในยูโรปาลีกฤดูกาลนี้ (ชนะ 8 เสมอ 5) และอาจกลายเป็นทีมที่ 7 ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านเข้าชิงโดยไม่แพ้เลยตลอดเส้นทาง ซึ่งเป็นทีมอังกฤษทีมที่สองต่อจาก เชลซี ปี 2018-19 แต่กุนซือ รูเบน อโมริม ก็ยังเตือนว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในเกมเดียว
อย่างไรก็ตาม ยูไนเต็ดเพิ่งพ่ายให้กับ เบรนท์ฟอร์ด 4-3 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในเกมนั้น อโมริมเลือกใช้งาน 11 ตัวจริงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
ปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่อันดับ 15 ของตารางพรีเมียร์ลีก แพ้ถึง 16 จาก 35 นัด และการันตีว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่มีแต้มต่ำสุดในยุคพรีเมียร์ลีก (มีเพียง 39 คะแนน) โดยไม่สามารถจบสูงกว่าอันดับ 12 ได้ ดังนั้นถ้วยยูโรปาลีกจึงเป็นความหวังเดียวในการคว้าตั๋วลุยแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2025-26
สถิติที่สร้างความอุ่นใจให้แฟนผีคือ ทีมที่ชนะเลกแรกนอกบ้านด้วยผลต่าง 3 ประตูหรือมากกว่าในฟุตบอลยุโรป มีมากถึง 133 ทีม และทุกทีมล้วนผ่านเข้ารอบต่อไปทั้งหมด ขณะเดียวกัน ยูไนเต็ดก็ไม่แพ้ใครในบ้านในยูโรปาลีกมาแล้ว 11 นัดติด นับตั้งแต่แพ้ เรอัล โซเซียดาด เมื่อกันยายน 2022