เก็บตก พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลจ่อแชมป์-เลสเตอร์ตกชั้นทางการ
21 เม.ย. 2568
สรุปผลและเก็บตกประเด็นที่น่าสนใจจากศึก พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุด โดยคู่เอก "ลิเวอร์พูล" เฉือนชนะ "เลสเตอร์" จ่อคว้าแชมป์ ขณะที่ "แมนฯ ยูไนเต็ด" พ่ายคาบ้านอีกครั้ง
ข่าว
21 เม.ย. 2568
สรุปผลและเก็บตกประเด็นที่น่าสนใจจากศึก พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุด โดยคู่เอก "ลิเวอร์พูล" เฉือนชนะ "เลสเตอร์" จ่อคว้าแชมป์ ขณะที่ "แมนฯ ยูไนเต็ด" พ่ายคาบ้านอีกครั้ง
ลิเวอร์พูล เข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เต็มที หลังจากลูกยิงของเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในช่วงครึ่งหลังช่วยให้ทีมเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมทำให้พวกเขาต้องการเพียงชัยชนะอีกหนึ่งนัด เพื่อคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นสมัยที่ 20 เทียบเท่ากับสถิติของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
หากอาร์เซน่อล ทีมอันดับ 2 พลาดท่าพ่ายคริสตัล พาเลซในวันพุธนี้ ลิเวอร์พูลก็จะการันตีแชมป์โดยไม่ต้องรอผลนัดต่อไปด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสถานการณ์อื่นจะเป็นเช่นไร หากพวกเขาเอาชนะท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ได้ที่แอนฟิลด์ในวันอาทิตย์หน้า ก็จะคว้าแชมป์ทันที
ก่อนหน้านั้น อาร์เซน่อลเพิ่งเปิดบ้านถล่มอิปสวิช 4-0 ส่งผลให้การคว้าแชมป์ของลิเวอร์พูลต้องรอต่อไปอีกนิด และที่สนามคิงพาวเวอร์ สเตเดียม เลสเตอร์เกือบทำให้ทีมของอาร์เน่อ ชล็อต ต้องเจองานหนัก โดยมีช่วงหนึ่งที่คอเนอร์ โคดี้ ส่งบอลเข้าประตูได้ แต่ถูกยึดคืนจากการฟาวล์
ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ยังทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2016 ต้องตกชั้นอย่างเป็นทางการ
ส่วนวูล์ฟส์การันตีการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ หลังเฉือนชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 จากลูกฟรีคิกสุดสวยของปาโบล ซาราเบียในครึ่งหลัง
ด้าน เชลซี พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะฟูแล่ม 2-1 จากสองประตูช่วงท้ายเกม ขยับขึ้นสู่อันดับ 5 ของตาราง
อีกแค่เพียงชัยชนะเดียว ลิเวอร์พูลก็จะสามารถชูถ้วยแชมป์ลีก และเทียบสถิติแชมป์สูงสุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ
ท่าทางดีใจอย่างสุดเหวี่ยงของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลังยิงประตูชัยในนาทีที่ 76 บ่งบอกถึงความสำคัญของเกมนี้อย่างชัดเจน
แม้ลิเวอร์พูลจะนำเป็นจ่าฝูงมาตลอดฤดูกาล แต่ในช่วงหลังพวกเขาเริ่มแสดงอาการล้า และในเกมนี้ก็เจอเลสเตอร์ที่สู้เต็มที่เพื่อความอยู่รอด จนทำให้หงส์แดงหาจังหวะจบสกอร์ได้ลำบาก
เลสเตอร์เองก็เกือบขึ้นนำจากจังหวะยิงชนเสาของวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ และลูกยิงของโคดี้ที่ถูกริบคืน ก่อนจะเป็นอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ตัวสำรองที่ถูกส่งลงมา และสวมบทฮีโร่
ลูกยิงของเขาผ่านมือเฮอร์มันเซ่นเข้าประตูไปอย่างเฉียบคม หลังจากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ และดิโอโก้ โชต้า ยิงชนเสาไปก่อนหน้า ประตูนี้ทำให้แฟนบอลหงส์แดงดีใจกันสุดเหวี่ยง
หลังเพิ่งเขี่ยเรอัล มาดริด ตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ ทีมของมิเกล อาร์เตต้า ยังคงฟอร์มแรงต่อเนื่อง ด้วยการไล่ต้อนอิปสวิช 4-0
เลอันโดร ทรอสซาร์ ยิงประตูแรกในนาทีที่ 14 ก่อนที่กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ จะทำเพิ่มในนาทีที่ 28 จากนั้นทรอสซาร์มาบวกอีกหนึ่งประตูในนาที 69 และอีธาน วาเนรี่ ปิดท้ายในนาที 88
ชัยชนะนัดนี้ทำให้อาร์เซน่อลมีลุ้นยื้อเวลาการคว้าแชมป์ของลิเวอร์พูลออกไปอีกเล็กน้อย
ส่วนอิปสวิชที่อยู่อันดับ 18 ต้องการปาฏิหาริย์ในการอยู่รอด เพราะแม้จะชนะทุกนัดที่เหลือ ก็ยังมีแต้มเพียงเท่ากับเวสต์แฮม ทีมอันดับ 17 ในปัจจุบัน
หลังจากสร้างผลงานยอดเยี่ยมในยูโรป้าลีกด้วยการพลิกแซงลียง แมนฯ ยูไนเต็ดกลับมาฟอร์มตกอีกครั้งในพรีเมียร์ลีก โดยแพ้วูล์ฟส์คาบ้าน 0-1
นี่เป็นความพ่ายแพ้ในลีกนัดที่ 15 ของฤดูกาล มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกของสโมสร และใกล้จะทำสถิติเก็บแต้มได้น้อยที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก (สถิติปัจจุบันคือ 58 แต้มในฤดูกาล 2021-22)
“เราจำเป็นต้องยิงประตูให้ได้มากกว่านี้ ถ้าคุณยิงไม่ได้ คุณก็ไม่มีทางชนะ” รูเบน อโมริม กล่าวหลังเกม
ขณะที่วูล์ฟส์คว้าชัย 5 นัดติดต่อกันในลีก และการันตีการอยู่รอดเรียบร้อย ซาราเบียที่ลงมาเป็นสำรอง ใช้เวลาเพียง 3 นาที ก็ซัดฟรีคิกสุดสวยเข้าประตู ช่วยให้ทีมเก็บสามแต้มสำคัญ
เชลซีเกือบพลาดสามแต้มสำคัญ หลังตกเป็นรองฟูแล่ม 0-1 จากประตูของอเล็กซ์ อิโวบี้ นาทีที่ 20
แต่ทัพสิงห์บลูส์ไม่ยอมง่ายๆ ตีเสมอได้จาก ไทริค จอร์จ ในนาที 83 ก่อนที่เปโดร เนโต้ จะยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ชัยชนะนัดนี้ทำให้เชลซีขึ้นสู่อันดับ 5 เหนือน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ด้วยผลต่างประตูได้เสีย แม้แข่งมากกว่าหนึ่งนัดก็ตาม
ฤดูกาลหน้า พรีเมียร์ลีกจะได้โควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกเพิ่มเป็น 5 ทีม จากผลงานยอดเยี่ยมของทีมอังกฤษในยุโรปปีนี้
