ด้าน “บันยาญ่า” เปิดเผยว่า “ภารกิจของเราคือการสร้างความแข็งแกร่งให้ได้ และสนามนี้ (บุรีรัมย์) ก็ดูเหมือนจะเข้าทางผม (มากกว่าคนอื่น) ในแง่ของศักยภาพ แม้ที่ ฟิลลิป ไอส์แลนด์ จะได้ขึ้นโพเดียมแต่ก็ถือว่ายากมาก เพราะต้องบริหารให้จบเรซภายใต้ยางที่แทบไม่เหลือ ปีนี้เรามีแนวทางที่ไม่ลงตัวนัก แต่พอมาถึงที่นี่ซึ่งเป็นสนามที่ผมชอบ โดยเฉพาะเลย์เอาท์ของแทร็ก ซึ่งผมหวังว่าจะเป็นสุดสัปดาห์ที่ดีของเรา”
ขณะที่ “มาร์เกซ” ที่เคยฉลองแชมป์โลกที่เมืองไทยในปี 2018 กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าทั้ง เป็คโก้ และ มาร์ติน ต่างก็ต้องเค้น เพื่อเป้าหมายสูงที่สุด พวกเขาต้องพยายามเต็มที่เพื่อชัยชนะ แต่เรา (เกรซินี) ต้องพยายามที่จะสานต่อความคืบหน้าการทำงานให้ได้ สนามที่ผ่านมาเรามีศักยภาพที่ดีมาก นั่นทำให้เราสามารถต่อสู้เพื่อโพเดียมได้ และสำหรับที่นี่ในเมืองไทย เราจะรักษาระดับการทำงานเพื่อลุ้นโพเดียมเช่นเคย ”
ด้าน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดขวัญใจชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ที่พลาดการลงแข่งขัน 2 สนามล่าสุด ก็คัมแบ็กสู่สนามอีกครั้งในฐานะเจ้าบ้าน โดยล่าสุดได้รับการยืนยันจากทีมแพทย์ของ โมโตจีพี ว่าสามารถลงบิดได้ โดยต้องประเมินอาการอีกครั้งหลังผ่านการซ้อมครั้งแรกในวันศุกร์ โดยนอกจากนี้ จะยังมีนักบิดไทยอย่าง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ลงแข่งขันในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ ด้วย
“ก้อง” สมเกียรติ กล่าวว่า “สุดสัปดาห์นี้จะแข่งกันยังสังเวียนบ้านเกิดที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โชคไม่ดีนักจากอาการบาดเจ็บที่ อินโดนีเซีย ทำให้ผมพลาดลงแข่ง 2 สนามล่าสุด ที่ ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย แต่นี่คือโฮมเรซของผม ซึ่งผมตั้งตารอที่จะลงแข่งและพยายามอย่างหนักในการฟื้นฟูสภาพร่างกาย ด้วยความรักที่แฟนๆ ชาวไทยมอบให้ ผมมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลงานสุดพิเศษที่นี่ในสุดสัปดาห์นี้ได้”