พลเอก วิชญ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเรามองว่าการออกแบบที่ไปแข่งขันในระดับนานาชาติ ตั้งแต่ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิก ก็ใช้สูทธรรมดาสากลทั่วไป แต่ปีนี้เรามองว่าควรมีอัตลักษณ์ของคนไทย วัฒนธรรมไทย ไม่ใช่ใส่สูทสากลเหมือนที่ประเทศอื่นเขาทำ บางประเทศก็ใส่ชุดพื้นเมืองซึ่งมีอยู่จำนวนมาก เรื่องนี้ต่างคนก็มองต่างมุม ตนยอมรับว่าบางครั้งอาจจะมองภาพที่สวยหรูในภาพที่สวยหรูเกินไป หรืออาจมองในภาพที่ผิดเกินไป ก็ขอรับผิดชอบในสิ่งนี้ด้วย สิ่งที่เราพยายามทำทุกอย่างทำเพื่อชื่อเสียงประเทศเท่านั้น ไม่มีอะไรแอบแฝงอยู่ในโอลิมปิกครั้งนี้เลย สิ่งที่เราทำอยู่ไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนทั้งสิ้น มีแต่เพียงสนับสนุนในเรื่องของกีฬา ที่จะแสดงออกของประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศที่เขามองว่าไม่มีความสามารถอะไรเลยซักอย่าง ไทยเป็นหนึ่งประเทศในโลกที่สามารถทำอะไรก็ได้ แข่งขันกับใครก็ได้ และปีนี้เรามีนักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือกไปแข่งโอลิมปิกถึง 51 คน 17 ชนิดกีฬา อยากให้ทุกคนร่วมใจให้กำลังใจนักกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ดีกว่า
ขณะที่ ศาสตราจารย์พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน รองประธานกรรมการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ กล่าวว่า ในฐานะอดีตนักกีฬาทีมชาติตั้งแต่ปี 2544 รวมแล้ว 23 ปี ที่ทำงานทุ่มเทให้กับวงการกีฬา โดยที่ผ่านมามีการปรึกษาร่วมกับบริษัทแกรนด์สปอร์ต ทั้งการประกวดออกแบบชุด ซึ่งแต่ไหนแต่ไรก็เป็นที่อิจฉาของนักกีฬาต่างชาติ นักกีฬาต่างชาติก็มาสั่งซื้อ ซึ่งเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ อย่างชุดที่ลวดลายเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ที่ตนใส่วันนี้ ออกแบบโดยบริษัทแกรนด์สปอร์ต ร่วมกับ 4 หน่วยงานของ จ.อุดรธานี เพราะฉะนั้นการไปแข่งกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ ชุดนี้ไม่ว่าจะอยู่ในแม่น้ำแซน ก็ถือเป็นเสน่ห์ของประเทศไทย ที่จะได้รับการยอมรับ จึงขอให้สบายใจได้ ยืนยันจะไม่ทำให้เสียหาย และจะเป็นการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของไทยด้วย
ศาสตราจารย์พิเศษ เจริญ ยังระบุว่า ไม่ว่าสมัยไหนนักกีฬาไทยจะสวมเสื้อเบลเซอร์ และมี 1-2 ครั้ง ที่สวมชุดพระราชทาน ส่วนเสื้อเบลเซอร์ที่จะใส่ในครี้งนี้ ก็จะอยู่ที่กาลเทศะ ซึ่งเดิมที่อาจจะใส่ แต่พอมีผู้แสดงความคิดเห็นว่าเสื้อเบลเซอร์ไม่เหมาะสม ก็ให้หัวหน้าคณะนักกีฬาเป็นผู้ตัดสิน ส่วนเสื้อแจ๊กเกตที่ตนใส่อยู่นั้น เมื่อเปรียบเทียบกับชุดของต่างประเทศอย่าง มองโกเลีย เกาหลีใต้ เฮติ ที่มีการชมนักชมหนา เหมือนงิ้วกับลิเก พร้อมย้อนถามว่า จะนำชุดลิเกเข้าไปในกรุงปารีสหรือ จากนั้นศาสตราจารย์พิเศษ เจริญ ได้แก้ต่างคำพูดอีกครั้งว่า แต่ละชาติมีวัฒนธรรมของเขา เราไม่มีสิทธิไปว่าเขา
เมื่อถามว่า เดิมทีคณะกรรมการโอลิมปิคตั้งใจจะใช้ชุดไหนในพิธีเปิดการแข่งขัน และการเปลี่ยนมาใช้ชุดของแกรนด์สปอร์ตเนื่องจากกระแสไม่ดีใช่หรือไม่ พลเอก วิชญ์ กล่าวว่า เดิมทีตนยังไม่ได้บอกว่าจะใช้ชุดไหน ซึ่งเมื่อคืนนี้ตนได้พูดคุยกับ นายธนา ชัยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬา ก็ได้ข้อมูลว่าการลงเรือให้ดูความเหมาะสมว่าจะใส่ชุดใด โดยให้นายธนาเป็นผู้พิจารณา รวมไปถึงชุดที่จะสวมใส่ในพิธีปิดเช่นกัน ส่วนพิธีการที่ประเทศต่างๆจัดขึ้นในการแข่งขัน งานเหล่านี้เป็นงานทางการ เราจึงต้องมีชุดทางการเพื่อความเหมาะสม ดูดี ไม่ใช่จะใส่อะไรก็ได้ จึงต้องมีชุดทางการและชุดลำลอง อีกทั้ง นายธนา ไม่ได้เพิ่งเป็นหัวหน้านักกีฬา แต่ทำงานมาตลอด 20 ปี รู้อยู่แล้วว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน
เมื่อถามว่าได้ข้อสรุปหรือไม่ใน 3 ชุดนี้ พลเอก วิชญ์ กล่าวว่า ภาพที่ขึ้นอยู่บนจอคือชุดที่ นายธนา เลือกมา โดยเป็นแจ็คเก็ตของแกรนด์สปอร์ต ส่วนเรื่องชุดพระราชทาน ที่ถูกวิจารณ์เรื่องการตัดเย็บ เนื่องจากนักกีฬาบางคนมีการไปวัดตัวตั้งแต่ตัดสูท แล้วไม่ได้ไปวัดตัวใหม่อีก แต่ชุดพระราชทานต้องใส่แบบรัดรูป ออกมาดังนั้นภาพที่ถ่ายออกมาจึงดูไม่ดี แต่ก็ไม่ใช่เสื้อผ้าที่ไม่มีอัตลักษณ์ของไทย
ส่วนประเด็นชุดพิธีการที่ ปอป้อ นางสาวทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักกีฬาแบดมินตัน สวมใส่จนเป็นประเด็นดรามาให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์นั้น พลเอก วิชญ์ อธิบายว่า ในส่วนของชุดพระราชทาน บางคนก็มีไซส์อยู่แล้วกับทางทรงสมัยในการตัดสูท จึงไม่ได้ไปวัดตัว แต่ชุดพระราชทานมันต้องเป็นแบบเข้ารูป ส่วนจะไปจัดการอะไรหรือไม่กับภาพที่หลุดออกมา พลเอก วิชญ์ บอกว่า คงไม่ต้องไปจัดการอะไรกับใคร เพราะต้องมองภาพรวมให้ดี ไม่ใช่มองในลักษณะตามที่ส่งภาพกัน
ทั้งนี้ ตนได้มีการสอบถามถึงประเด็นเรื่องชุดของ ปอป้อ กับทางทรงสมัย ได้รับแจ้งว่า ปอป้อ เป็นคนบอกให้ตัดแขนให้ยาว ตัวให้ยาว และให้หลวมทุกอย่าง ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามรูปแบบตัดเย็บของทรงสมัย ทาง ปอป้อ ไปบอกเค้าให้ตัดแบบนี้ ก็เลยออกมาแบบนี้
เมื่อถามย้ำว่า ปอป้อ เป็นคนรีเควสท์เองใช่หรือไม่ พลเอก วิชญ์ ยืนยันว่า ใช่
เมื่อถามว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ทราบหรือไม่ พลเอก วิชญ์ ระบุว่า ท่านเป็นประธานก็ต้องทราบเรื่องแล้ว ไม่ได้มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษ ในส่วนของคณะทำงาน ก็ไม่ได้รู้สึกท้อ แต่หลังจากกลับมาก็จะมีการทบทวนและเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น
ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าว ทางเลขาธิการ และรองประธานคณะกรรมการโอลิมปิค ได้ลองสวมใส่เสื้อชุดพระราชทานสีฟ้า ให้สื่อมวลชนดู พร้อมถามว่าชุดของจริงสวยหรือไม่ นอกจากนี้ยังอนุญาตให้สื่อมวลชนได้ทดลองสวมเสื้อพระราชทานสีฟ้าอีกด้วย