svasdssvasds
เนชั่นทีวี

กีฬา

รู้จัก "เอ็นโซ่ มาเรสก้า" ว่าที่กุนซือใหม่ "สิงห์บลูส์"

29 พฤษภาคม 2567
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า เชลซี กำลังจะได้ "เอ็นโซ่ มาเรสก้า" มาเป็นกุนซือคนใหม่ เฮดโค้ชรายนี้เป็นใคร และมีดีอย่างไรถึงได้รับเลือกให้มากุมบังเหียนทีมมหาเศรษฐีแห่งพรีเมียร์ลีกทีมนี้

โดยสื่อต่างประเทศแทบทุกสำนักรายงานตรงกันว่า "สิงห์บลูส์" เชลซี ทีมมหาเศรษฐีแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สามารถบรรลุข้อตกลงกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือชาวอิตาเลียนของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในการดึงตัวมาคุมทัพสู้ศึกฤดูกาลหน้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลาถึง 5 ปี หรือจนถึงเดือน มิ.ย. 2029 พร้อมออปชั่นสามารถขยายสัญญาได้อีก 1 ปี

ขณะที่ เชลซี ตกลงที่จะจ่ายเงินค่าชดเชยให้ เลสเตอร์ เป็นจำนวน 8-10 ล้านปอนด์ สำหรับการเสียกุนซือของพวกเขาไปในครั้งนี้

ว่าแต่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า เป็นใคร และมีดีแค่ไหนถึงได้ก้าวกระโดดจาก เลสเตอร์ มาสู่ เชลซี ในครั้งนี้

รู้จัก \"เอ็นโซ่ มาเรสก้า\" ว่าที่กุนซือใหม่ \"สิงห์บลูส์\"

  • นักเตะจอมพเนจร

เอ็นโซ่ มาเรสก้า เกิดเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 1980 ที่อิตาลี เริ่มต้นฝึกฟุตบอลในอะคาเดมี่ของ เอซี มิลาน ก่อนย้ายไปฝึกกับ กายารี่ ในเวลาต่อมา ซึ่งแม้เจ้าตัวจะฝึกฟุตบอลในอิตาลี แต่สโมสรแรกที่ได้เล่นในระดับอาชีพของเขานั้นเกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ โดยย้ายมาเล่นให้กับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่ออายุได้ 18 ปี

จากนั้นในปี 2000 มาเรสก้า ได้กลับไปยังบ้านเกิดอีกครั้ง หลังถูก ยูเวนตุส คว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวไม่สามารถแจ้งเกิดได้แบบเต็มตัว เลยถูกปล่อยยืมไปอยู่กับ โบโลญญ่า และ ปิอาเชนซ่า ก่อนจะได้ย้ายไปอยู่กับ ฟิออเรนติน่า ในปี 2004

แค่ 6 ปีแรกในอาชีพนักเตะ มาเรสก้า ย้ายไปแล้ว 5 ทีม แต่ยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะหลังจากเล่นให้ "ม่วงมหากาฬ" ได้แค่ซีซั่นเดียว มาเรสก้า ก็ย้ายข้ามฟากไปเล่นในสเปน ให้กับทีม เซบีย่า ซึ่งเป็นที่นี่ที่ทำให้ มาเรสก้า ได้เฉิดฉายเต็มตัวจนกลายเป็นกองกลางที่ทีมขาดไม่ได้ และที่ เซบีย่า ก็กลายเป็นสโมสรที่เขาอยู่ด้วยนานที่สุด และลงสนามมากที่สุด และประสบความสำเร็จด้วยมากที่สุด ทั้งแชมป์ ยูฟ่า คัพ 2 สมัย โกปา เดล เรย์ 1 ครั้ง ซูเปอร์ โกปา 1 ครั้ง และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ อีก 2 ครั้ง

ช่วง 8 ปีสุดท้ายในอาชีพค้าแข้ง มาเรสก้า ย้ายทีมอีก 5 ครั้ง ไล่มาตั้งแต่ โอลิมเปียกอส, มาลาก้า, ซามพ์โดเรีย, ปาแลร์โม่ และ เฮลลาส เวโรน่า ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2017 ด้วยวัย 36 ปี

รู้จัก \"เอ็นโซ่ มาเรสก้า\" ว่าที่กุนซือใหม่ \"สิงห์บลูส์\"

  • จากนักเตะสู่การเป็นกุนซือ

หลังแขวนสตั๊ด มาเรสก้า เบนเข็มสู่งานโค้ชทันที โดยไปเป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับ ฟัลวิโอ ฟิโอริน ที่ อัสโคลี่ ก่อนกลับไปทำงานให้ เซบีย่า ในการเป็นผู้ช่วยโค้ชของ วินเซนโซ่ มอนเตลล่า พร้อมรับงานโค้ชเทคนิคของสโมสรในช่วงเวลาสั้นๆ ต่อด้วยการเป็นผู้ช่วยของ มานูเอล เปเยกรินี่ ที่เวสต์แฮม กระทั่งได้รับงานใหม่เป็นกุนซือทีม U23 ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

การย้ายทีมบ่อยๆในอดีตอาจไม่ใช่เรื่องดีสำหรับนักเตะ แต่เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเป็นโค้ช เพราะตลอดอาชีพค้าแข้งของ มาเรสก้า ทำให้เขาได้เรียนรู้จากยอดกุนซือมากมาย จนนำมาปรับใช้กับการทำทีมของตัวเอง

มาเรสก้า ทำทีมชุดเล็กของ แมนฯซิตี้ ได้อย่างยอดเยี่ยม ถล่มไปถึง 91 ประตูจาก 28 เกมจนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก II (ลีกของทีมชุดเล็ก) มาครอง ส่งผลให้เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ขึ้นไปเป็นกุนซือทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวให้กับ ปาร์ม่า ในอิตาลี เมื่อปี 2021

อย่างไรก็ตามดูเหมือน มาเรสก้า จะยังไม่มีประสบการณ์มากพอกับเกมระดับสูง โดยคุมทัพ ปาร์ม่า คว้าชัยได้แค่ 4 จาก 14 เกมเท่านั้น (เสมอ 5 แพ้ 5 ) ส่งผลให้ถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างรวดเร็ว โชคดีที่หลังจากนั้นไม่นาน อดีตเจ้านายเก่าอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็กลับมาชวนไปร่วมงานกันอีกครั้งในตำแหน่งผู้ช่วยกุนซือ และ มาเรสก้า ก็เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" กวาดทริปเปิ้ลแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อน

และด้วยผลงานนี้เองที่ทำให้ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งตกชั้นลงไปเล่นในลีก แชมเปี้ยนชิพ ตัดสินใจให้โอกาส มาเรสก้า ในการขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่อีกครั้ง

รู้จัก \"เอ็นโซ่ มาเรสก้า\" ว่าที่กุนซือใหม่ \"สิงห์บลูส์\"

  • ฮีโร่ของชาวเลสเตอร์

ทันที่เข้ารับงาน เอ็นโซ่ มาเรสก้า ทำงานหนักตั้งแต่วันแรก เริ่มจากการเรียกทีมงานทั้งหมดมาเตรียมงานสำหรับการสู้ศึกฤดูกาลใหม่อย่างเข้มข้นเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็มชนิดที่ไม่ได้กลับบ้านและต้องนอนโรงแรมใกล้ๆศูนย์ฝึกของสโมสร ทั้งหมดช่วยกันวิเคราะห์อย่างหนักหน่วง คิดโปรแกรมการฝึกซ้อมเพื่อปรับเปลี่ยนให้ เลสเตอร์ หันไปเล่นในสไตล์เน้นการครองบอลและผ่านบอลเหมือนกับ แมนฯซิตี้ ซึ่งเป็นปรัชญาการทำทีมที่ มาเรสก้า ชื่นชอบ พร้อมติดตั้งโปรแกรมซ้อมหนักให้ทีม 2 เซสชั่นในแต่ละวัน ลดโปรแกรมทัวร์ปรีซีซั่นต่างแดนลง เพื่อติดตั้งแท็กติกใหม่สู่ทีมโดยเร็วที่สุด และรวมถึงการพยายามเกลี้ยกล่อมนักเตะบางรายให้อยู่ช่วยทีมต่อไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น วิลเฟรด เอ็นดิดี้ , ยานนิค เวสเตอร์การ์ด และ เวาต์ ฟาสต์

และเหล่านักเตะก็ชื่นชอบกับแท็กติกของกุนซือใหม่เป็นอย่างมาก

“ผู้จัดการทีมคนนี้น่าทึ่งมากกับความรู้ด้านแท็กติก เขาทำให้เกมง่ายขึ้นมาก” แฮร์รี่ วิงส์ กล่าว 

เลสเตอร์ ออกสตาร์ทฤดูกาล 2023/24 ในลีกแชมเปี้ยนชิพได้อย่างยอดเยี่ยม ชนะถึง 13 เกมจาก 14 เกมแรกในลีก ซึ่งแม้ช่วงท้ายซีซั่นจะเสียสมาธิไปบ้างจากการที่สโมสรโดนเล่นงานกรณีทำผิดกฎการเงิน แต่ มาเรสก้า ยังยึดมั่นกับสไตล์ของทีมและยังเชื่อใจลูกทีมของตัวเอง ถึงกับขู่ว่าจะลาออกหากมีใครมาตั้งคำถามเกี่ยวกับสไตล์การเล่นในทีมของเขา

“ผมมาที่สโมสรแห่งนี้เพื่อเล่นกับไอเดียนี้ หากใครในทีมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวคิดนี้ วันรุ่งขึ้นผมจะลาออกทันที"

และสุดท้าย "จิ้งจอกสยาม" ก็คืนสู่ฟอร์มเก่ง  ก่อนเดินหน้าคว้าแชมป์พร้อมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้งตามเป้าหมาย ซึ่งด้วยผลงานแบบนี้นี่เองที่ไปเข้าตาบอร์ดบริหาร เชลซี จนเดินหน้าคว้าตัวไปเป็นกุนซือใหม่ในที่สุด

แน่นอนว่าสไตล์การทำทีมแบบ โมเดิร์น ฟุตบอล ของ มาเรสก้า ทั้งการเพรสซิ่งสูง เน้นครองบอล การบิลด์อัพเกมจากแดนหลัง รวมถึงการทำงานกับกลุ่มนักเตะที่อายุยังน้อยได้ดี จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาได้งานกับ เชลซี

แต่ต้องไม่ลืมว่านับตั้งแต่ "สิงห์บลูส์" มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของทีม พวกเขาเปลี่ยนกุนซือแทบทุกปี ไล่มาตั้งแต่ โธมัส ทูเคิ่ล, เกรแฮม พ็อตเตอร์, บรูโน่ ซัลตอร์ (รักษาการ), แฟรงค์ แลมพาร์ด (รักษาการ) รวมถึงกุนซือคนล่าสุดอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ด้วย

จึงน่าติดตามว่า มาเรสก้า จะอยู่รอดปลอดภัยในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้หรือไม่

logoline