เมื่อ "จิโรน่า" สร้างเซอร์ไพรส์
ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป เข้ามาเทคโอเวอร์ จิโรน่า เมื่อปี 2017 ตั้งแต่สมัยที่พวกเขายังเล่นอยู่ใน เซกุนด้า ดิวิชั่น (ดิวิชั่น 2) และ จิโรน่า ก็กลายเป็นสโมสรที่ใช้เป็นเวที "ปล่อยของ" สำหรับเหล่าดาวรุ่งที่สโมสรแม่อยากให้ออกมาหาประสบการณ์ ยกตัวอย่างเช่นดาวเตะชื่อคุ้นหูอย่าง อเล็กซ์ การ์เซีย, ดั๊กลาส ลุยซ์, แพทริค โรเบิร์ตส์, ยาน คูโต้ และ ยานเคล เอร์เรร่า ต่างก็เคยถูก แมนฯซิตี้ ปล่อยตัวมาเล่นที่นี่ทั้งสิ้น
เช่นเดียวกับ ซาวิโอ ปีกวันเดอร์คิดชาวบราซิล ที่แจ้งเกิดกับทีมในเครืออย่าง ทรัวส์ ก่อนจะย้ายมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ จิโรน่า ในซีซั่นนี้ และเจ้าตัวก็จะย้ายไปอยู่กับ แมนฯซิตี้ ในฤดูกาลหน้าด้วย
ซึ่งจากการได้ดาวรุ่งฝีเท้าดีจากทั่วโลกภายใต้เครือข่ายของ ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป ส่งผลให้ จิโรน่า ทำผลงานดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมการได้ฐานข้อมูลเป็นเครือข่ายใหญ่ ทำให้พวกเขาจัดการเสริมทัพอย่างได้ผล ยิ่งประกอบกับมันสมองของกุนซืออย่าง "มิเชล" ก็ยิ่งทำให้ จิโรน่า ทำผลงานติดลมบน จนการันตีติดท็อปโฟร์ใน ลา ลีก้า ซีซั่นนี้ พร้อมคว้าโควต้าไปแข่งขันถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า เป็นที่แน่นอนแล้ว
แต่ปัญหาก็คือ สมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) มีกฎอยู่ว่า ห้ามสโมสรที่มีเจ้าของเดียวกันมาลงแข่งขันรายการเดียวกัน เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" เพราะหากทั้งสองทีมโคจรมาเจอกันเองอาจมีการสมยอมให้ทีมใดทีมหนึ่งชนะไปก็เป็นได้
นั่นหมายความว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ จิโรน่า จะมีเพียงทีมเดียวที่ได้เล่นยูซีแอล ส่วนอีกทีมต้องสละสิทธิ์ลงไปเล่นในถ้วยรองอย่าง ยูโรปาลีก ซึ่งหากมองในฐานะแฟนบอลและนักเตะก็ดูจะไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยเพราะอุตส่าห์โชว์ฟอร์มได้ดีมาตลอดทั้งฤดูกาลแท้ๆแต่กลับไม่มีโอกาสเล่นรายการใหญ่ด้วยเหตุผลเรื่องนี้
ทางออกจากยูฟ่า
ประเด็นดังกล่าว "ไทม์ส" สื่อดังของอังกฤษ รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวจากยูฟ่า ระบุว่า องค์กรลูกหนังยุโรปได้เสนอทางออกไว้ โดยแนะนำให้ ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป ยอมลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นทีมใดทีมหนึ่งให้เหลือน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ (ปัจจุบัน ซีเอฟจี ถือหุ้น แมนฯ ซิตี้ 100% ถือหุ้น จิโรน่า 47%) แต่หาก ซีเอฟจี ไม่ยอมลดสัดส่วนหุ้น ก็จะเป็น จิโรน่า ที่ต้องหล่นลงไปเล่นถ้วย ยูโรปา ลีก แทน เนื่องจากมีอันดับต่ำกว่า แมนฯซิตี้ ส่วนโควต้ายูซีแอลในลา ลีกา ก็จะส่งให้ทีมอันดับ 5 ได้สิทธิ์ไปแทน
นอกจากนี้ยังมีอีกทางเลือกก็คือ ซีเอฟจี จะต้องโอนหุ้นทั้งหมดของทีมใดทีมหนึ่งไปให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งโดย ยูฟ่า เป็นผู้ดูแลชั่วคราว แต่เงื่อนไขนี้ทาง ซีเอฟจี คงไม่ยอมแน่นอน ทำให้ต้องติดตามกันต่อไปว่า ซีเอฟจี จะเลือกเส้นทางไหน และ จิโรน่า จะได้ลงเล่นในถ้วยบิ๊กเอียร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรหรือไม่