“เป็นอีกครั้งที่ประเทศไทยจะได้อวดความสวยงามของสถานที่ และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้กับนักกีฬามวยไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ รวมถึงการสร้างโอกาสให้กับนักกีฬาของประเทศไทยได้มีโอกาสได้ร่วมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
วัตถุประสงค์หลักของการจัดงานเพื่อเป็นการเผยแพร่มวยไทยซึ่งเป็นศิลปะเอกลักษณ์ประจำชาติไทย เป็นมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่าที่จะต้องอนุรักษ์เผยแพร่ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง ปัจจุบันมวยไทยได้แพร่หลายไปทั่วโลก ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติในภูมิภาคต่างๆ โดยที่มวยไทยมีรูปแบบการถ่ายทอดความรู้จากผู้สอนถึงผู้เรียนหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับครูมวย หรือนักมวยที่เป็นผู้สอน เพื่อต่อยอดในการสร้างกระแสรณรงค์ ผลักดันตาม แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนมวยไทยเข้าสู่โอลิมปิกเกมส์ ให้บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมาย”
มร.สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการอิฟม่า กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) มีมติรับรองมวยไทยมวยไทยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เป็นชนิดกีฬาในโอลิมปิกโปรแกรมที่จะได้รับการหยิบยกมาพิจารณาบรรจุแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ปรากฏว่า เป็นกระแสหลักของวงการกีฬาระดับนานาชาติไปทันที จำนวนประเทศสมาชิกมวยไทยได้กระจายไปในทุกส่วนของโลกจาก 140 ประเทศ ขึ้นไป ถึง 149 ประเทศ รวมถึงประเทศจีนได้ยกฐานะกีฬามวยไทยขึ้นเป็นชนิดกีฬาเอกเทศ แยกจากสมาคม กีฬาวูซูแห่งชาติ ส่วนคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งยุโรป ประกาศรับรองบรรจุกีฬามวยไทยเข้าเป็นหนึ่งชนิด กีฬาในการแข่งขันยูโรเปี้ยนเกมส์ ที่จะมีขึ้นระหว่าง วันที่ 2-27 มิถุนายน 2566 ที่ประเทศโปแลนด์ นอกจากนี้ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งสหรัฐอเมริกา มีมติรับรองกีฬามวยไทยในนามของสมาคมมวยไทยแห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566
ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) กล่าวว่า มีหลายภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุน สหพันธ์สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ (อิฟม่า) เพื่อผลักดันให้เกิดการแข่งขันมวยไทยนานาชาติชิงแชมป์โลก 2566 “อิฟม่า ซีเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2023” ในครั้งนี้บนแผ่นดินแม่ของกีฬามวยไทย โดยในส่วนของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ก็มุ่งเน้นในการสนับสนุนมวยไทย ตั้งแต่ในระดับเยาวชน ไปจนถึงรุ่นทั่วไป เพื่อพัฒนามวยไทยให้ไปไกลถึงระดับโลก ไปจนถึงการผลักดันไปสู่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกต่อไปในอนาคต ซึ่งก็อยากจะเชิญชวนแฟนกีฬามวยไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบมวยไทยให้มาร่วมชมการแข่งขันครั้งนี้ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน
สำหรับ 112 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย อัฟกานิสถาน, แอลจีเรีย, อาร์เจนตินา, อาร์เมเนีย, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, อาเซอร์ไบจาน, บาห์เรน, บังคลาเทศ, เบลเยียม, บอสเนีย, บราซิล, บัลแกเรีย, แคเมอรูน, แคนาดา, จีน, ไต้หวัน, โคลอมเบีย, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอกวาดอร์, อียิปต์, เอสโตเนีย, ฝรั่งเศส, เฟรนช์โปลินีเซีย, จอร์เจีย, เยอรมนี, กรีซ, ฮอนดูรัส, ฮ่องกง, ฮังการี, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิหร่าน, อิรัก, ไอร์แลนด์, อิสราเอล, อิตาลี, ไอวอรี่โคสต์, จอร์แดน, คาซัคสถาน, โคโซโว, คูเวต, คีร์กีซสถาน, ลัตเวีย, เลบานอน, ลิเบีย, ลิธัวเนีย, มาเก๊า, มาเลเซีย, เมาริเชียส, เม็กซิโก, มอลโดวา, มองโกเลีย, โมร็อกโก, เนปาล
เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, ไนจีเรีย, นอร์ท มาซิโดเนีย, นอร์เวย์, ปากีสถาน, ปาเลสไตน์, ปารากวัย, เปรู, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, โปรตุเกส, มาดากัสการ์, โรมาเนีย, ซาอุดีอาระเบีย, เซอร์เบีย, เซียร์ร่า ลีโอน, สิงคโปร์, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ซีเรีย, ทาจิกิสถาน, ตินิแดด แอนด์ โตเบโก, ตูนิเซีย, ตรุกี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, อุรุกวัย, อุซเบกิสถาน, เวียดนาม, เยเมน, ซูดาน, แซมเบีย, แองโกลา, เซเนกัล, มอริเตเนีย, เซเชลส์, เวเนซุเอลา, ตองกา, ชิลี, ซูรินาเม่, ซามัว, ลักเซมเบิร์ก, มอนเตเนโก, กินี, ไทย, นักกีฬาบุคคลเป็นกลาง (ธงอิฟม่า) และนักกีฬาผู้ลี้ภัย (ธงอิฟม่า)