นายโม ยาซิน Country Lead, Organon Thailand กล่าวว่า วันนี้เราร่วมรำลึกถึงวันคุมกำเนิดโลกภายใต้แนวคิด ‘A Choice for All – Agency, Intention, Access’ สำหรับประเทศไทย ทางเลือกดังกล่าวหมายถึงการรับมือกับความท้าทายสองด้านไปพร้อมกัน ทั้งปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น และความท้าทายจากอัตราการเจริญพันธุ์ที่อยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งความท้าทายทั้งสองด้านไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยภาคส่วนใดเพียงภาคส่วนเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ ภาคธุรกิจ องค์กรภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และครอบครัว เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้หญิงและคนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงคำปรึกษาและข้อมูลได้อย่างมั่นใจ
“หนึ่งในเป้าหมายระดับโลกของ Organon คือการช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์จำนวน 120 ล้านครั้งภายในปี 2573 การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ องค์กรภาคประชาสังคม และตัวผู้หญิงเอง โดยความร่วมมือระหว่าง Organon และสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ถือเป็นรูปธรรมของความมุ่งมั่นดังกล่าวในประเทศไทย” นายยาซินกล่าวเพิ่มเติม
นายโม ยาซิน ยังกล่าวว่า ระบบนิเวศด้านสุขภาพสตรีที่ครอบคลุมไม่ได้หมายถึงเพียงการเข้าถึงยาและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเข้าถึงข้อมูล บริการสุขภาพ การให้คำปรึกษา และทางเลือกด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ เพื่อให้ผู้หญิงสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพ ร่างกาย และอนาคตของตนเองได้อย่างมีข้อมูลในทุกช่วงวัย นี่คือความหมายของ Agency, Intention และ Access ในทางปฏิบัติ”
ขณะที่ รศ.ร.อ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันคุมกำเนิดโลกเป็นโอกาสสำคัญในการย้ำสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ สถานศึกษา ครอบครัว ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ความรู้และบริการเข้าถึงทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง
สมาคมฯ เสนอ 4 แนวทางสำคัญเพื่อส่งเสริมการวางแผนครอบครัวที่มีคุณภาพ ได้แก่ 1. ส่งเสริมเพศศึกษาที่นำไปใช้ได้จริง จัดให้มีความรู้ที่เหมาะสมกับช่วงวัย ครอบคลุมเรื่องความสัมพันธ์ การคุมกำเนิด การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) และสิทธิในการตัดสินใจเหนือร่างกายของตนเอง 2. ขยายบริการที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับคนรุ่นใหม่ สร้างหลักประกันให้เยาวชน คนวัยทำงาน และกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงบริการคุมกำเนิดได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเหมาะสมกับความต้องการ 3. ลดความเข้าใจผิดและส่งเสริมความรับผิดชอบร่วมกัน การวางแผนครอบครัวควรเป็นความรับผิดชอบของคนทุกเพศ ไม่ใช่ภาระของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว 4. เสริมสร้างระบบสนับสนุนอย่างต่อเนื่องยกระดับการประสานงานระหว่างระบบบริการสุขภาพ สถาบันการศึกษา และชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล ทางเลือก และการดูแลที่เหมาะสมได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต
“การพูดคุยเรื่องการคุมกำเนิดไม่ควรจำกัดอยู่เพียงคำถามว่า ‘จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างไร’ แต่ประชาชนต้องมีข้อมูลที่เพียงพอ เข้าใจทางเลือกที่มี และสามารถเข้าถึงบริการได้จริง เมื่อแต่ละคนสามารถวางแผนอนาคตและครอบครัวตามความพร้อมของตนเองได้ จะช่วยลดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวในระยะยาว” รศ.ร.อ.นพ.มานพชัย กล่าว
ด้าน ภก.ดร.กฤติน บัณฑิตานุกูล อุปนายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) กล่าวเสริมถึงบทบาทของบุคลากรทางการแพทย์ระดับชุมชนในการวางแผนครอบครัว การให้คำปรึกษา (Counseling) แนะนำวิธีคุมกำเนิดที่ถูกต้อง เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมหรือฮอร์โมนเดี่ยว และยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน รวมถึงการประเมินความเสี่ยงและผลข้างเคียงการจ่ายและกระจายเวชภัณฑ์ (Dispensing) สนับสนุนการเข้าถึงถุงยางอนามัย และผลิตภัณฑ์คุมกำเนิดที่มีคุณภาพ ได้อย่างสะดวกและปลอดภัยการส่งเสริมวิชาชีพและการอบรม (Professional Support) สนับสนุนองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรและคู่มือแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้เภสัชกรชุมชนมีความพร้อมในการให้บริการสุขภาพทางเพศที่เป็นมิตรและเข้าใจผู้รับบริการ
“ร้านยาชุมชนคือจุดเชื่อมต่อระบบสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่าย ปลอดภัย และใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เมื่อผู้หญิงหรือเยาวชนเกิดความกังวลเรื่องการวางแผนครอบครัวหรือการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ร้านยาและเภสัชกรชุมชนมักเป็น 'ด่านแรก' ที่พวกเขาเลือกเดินเข้ามาขอคำปรึกษา บทบาทของเภสัชกรในยุคนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจ่ายยา แต่คือการเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านอนามัยเจริญพันธุ์อย่างเป็นมิตร ปราศจากการอคติหรือการตีตรา เภสัชกรจะทำหน้าที่ประเมินสุขภาพ วิถีชีวิต และให้ข้อมูลนวัตกรรมการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและเหมาะสมเป็นรายบุคคล เพื่อช่วยให้ผู้หญิงสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตนเองได้ สมาคมฯ พร้อมผนึกกำลังกับออร์กานอนและภาคีเครือข่าย ในการยกระดับศักยภาพร้านยาทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการวางแผนครอบครัวอย่างยั่งยืน” ภก.ดร.กฤติน กล่าว
การผนึกกำลังของ Organon ,สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยและสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในวันคุมกำเนิดโลกครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางความร่วมมือแบบบูรณาการข้ามภาคส่วนที่ทั้งสององค์กรเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเดินหน้า โดยการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ ภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และชุมชน ภายใต้เป้าหมายร่วมกันในการสร้างประเทศไทยที่ ทุกการตั้งครรภ์เกิดจากทางเลือก และผู้หญิงและคนรุ่นใหม่ทุกคนมีสิทธิในการตัดสินใจ มีความตั้งใจ และสามารถเข้าถึงทางเลือกด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ได้อย่างแท้จริง