เรื่องต่าง ๆ ที่ "กัมพูชา" ไม่ได้เคลมแค่ชุดไทย แต่เคลมวัฒนธรรมตลอดมา
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กัมพูชา ยังเคลมวัฒนธรรมไทยในเรื่องอื่นๆอีกมากมาย เช่น การแสดงโขน และระบำ ระหว่างไทยกับกัมพูชาเกิดขึ้นต่อเนื่อง จากความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอุษาคเนย์ โดยฝั่งกัมพูชามักอ้างว่าการแสดงหน้ากากอย่างละโคนโขน หรือนาฏศิลป์ต่าง ๆ เป็นมรดกจากยุคขอมโบราณ 100% และเป็นต้นกำเนิดของโขนไทย
ขณะเดียวกัน มีอินฟลูเอนเซอร์กัมพูชา หรือสื่อบางสำนักนำภาพการแต่งกายชุดไทย หรือท่ารำไปตัดต่อและอ้างสิทธิ์ ชาวโซเชียลฯกัมพูชาทนไม่ไหว ติดแฮชแท็ก #itiscombodiaculture ยัน “โขน” เป็นการแสดงและวัฒนธรรมของชาวกัมพูชา ไม่ใช่ของคนไทย แถมยังบอกด้วยว่า ประเทศไทยก๊อปปี้การแสดงโขนมาจากประเทศกัมพูชา แต่ในที่สุด ยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียน "โขน" เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในปี พ.ศ. 2561
ต่อจากการเคลมเรื่องโขนและระบำ ในปี 2566 กัมพูชายังเคลม "มวยไทย" เป็น "มวยกุนขแมร์" ในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่ง “กัมพูชา” อ้างสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพ และจะไม่ใช้ชื่อ “มวยไทย” เป็นชื่อกีฬาที่จะบรรจุในการแข่งขัน แต่จะขอใช้ชื่อ “กุนขแมร์” แทน พร้อมประกาศว่ามวยไทยนั้นมีต้นตำรับมาจากกุนขแมร์
ซึ่งไทยก็ได้ตอบโต้ด้วยการประกาศขอถอนตัวออกจากการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ ด้วยเหตุผลว่าเจ้าภาพขอเปลี่ยนชื่อกีฬาโดยพลการ รวมถึงกุนขแมร์ก็ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจากสหพันธ์กีฬานานาชาติ งานนี้ไม่ใช่แค่ไทยแต่ยังมีอีก 5 ประเทศที่ไม่ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันกุนขแมร์ด้วย เรื่องมวยไทยยังมีดรามาลามไปนักมวยอย่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” ว่าเป็นชาวกัมพูชา จนบัวขาวต้องออกมายืนยันว่าตนเองเป็นคนไทย
ในปี 2564 นักร้องดัง "ลิซ่า ลลิษา มโนบาล" ได้ออกซิงเกิ้ลเดี่ยวครั้งแรก มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ชาวกัมพูชาบางกลุ่มสร้างกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ของกัมพูชาอ้างว่า ความสำเร็จระดับโลกของลิซ่าเป็นเพราะมีสายเลือดเป็นคนกัมพูชาไม่ใช่คนไทย ในหลายๆ งานแสดง หรือมิวสิกวิดีโอที่ "ลิซ่า" นำความเป็นไทยไปนำเสนอ เช่น การสวมชุดไทยประยุกต์ หรือชุดลายธงชาติไทย ฝั่งกัมพูชาก็มักจะเข้ามาคอมเมนต์เคลมว่าเป็นศิลปะ วัฒนธรรม หรือธงชาติของกัมพูชา รวมถึงประเด็นท่ารำต่างๆ ด้วย
วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 มีกระแสข่าวในโลกโซเชียลอีกว่า กัมพูชาสอดไส้แนบวรรณกรรมไทย 22 รายการขึ้นทะเบียนมรดกโลกต่อยูเนสโกไปเรียบร้อย โดยไทยไม่คัดค้าน โดยรายชื่อวรรณกรรมถูกแต่งขึ้นโดยชาวไทย แต่ถูกกัมพูชานำไปขึ้นทะเบียนต่อยูเนสโก ในหัวข้อ 'มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ Cultural heritage of Cambodia' วรรณกรรมไทยเหล่านี้ถูกกัมพูชาเคลมเป็นของตนเองเพื่อใช้ในการแสดง Royal Ballet of Cambodia โดยกัมพูชาอ้างว่ารายชื่อวรรณกรรมเหล่านี้ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ตั้งแต่ปี 2522-2545 จากละครเรื่อง "พระทอง นางนาค" (ละครพื้นบ้าน ที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อปี 2473) ในสมัยของ สมเด็จพระสีสุวัถถิ์ มุนีวงศ์ งานนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้ทำการยื่นตรวจสอบและส่งหลักฐานให้กับทางยูเนสโกดำเนินการตามขั้นตอน
กระแสความขัดแย้งทางวัฒนธรรมบนโลกออนไลน์ระหว่างชาวเน็ตไทยและกัมพูชา เกี่ยวกับที่มาและสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องและดุเดือดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย จากเดิมที่กัมพูชาเรียกเทศกาลปีใหม่ของตนว่า "โจลชนัมทเม็ย" (Chaul Chnam Thmey) แต่ต่อมาได้หันมาใช้คำว่า "Moha Sankranta" (มหาสงกรานต์) ตามแบบไทยเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว ฝ่ายกัมพูชาเคยมีกระแสโปรโมตโดยอ้างเหตุผลทางประวัติศาสตร์แปลกๆ เช่น การอ้างว่า ขูดกำแพงปราสาทพบว่ามีคำว่า "สงกรานต์" หรือพยายามระบุว่า ต้นตำรับที่แท้จริงมาจากฝั่งตน สร้างความไม่พอใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลของไทยเป็นอย่างมาก
แต่ในที่สุด ปี 2566 ยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival)” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ มีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่น
ยังไม่นับรวมอาหารไทย อย่างข้าวเหนียวมะม่วง ผัดไทย ห่อหมก และยังมีภาพยนตร์ แม่นาคพระโขนง ที่ถูกกัมพูชาเคลม ซึ่งไทยและกัมพูชานอกจากเรื่องเคลมวัฒนธรรมแล้ว ยังมีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องของพรมแดนกันมาตลอด ทั้งเรื่องเขาพระวิหาร มาจนล่าสุดปีนี้ที่มีการปะทะกันที่ปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือนธม และโบราณสถานตามแนวชายแดน งานนี้หลังจากบูรณะเสร็จสิ้น ทางกระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าขอขึ้นทะเบียนทั้งหมดทันที
จากเรื่องราวที่กัมพูชาได้พยายามเคลมวัฒนธรรมของไทย ทำให้คนไทยหลายคนถึงกับแซวกลับว่านี่ไม่ใช่ Cambodia แต่เป็นประเทศ “เคลมโบเดีย” หรือเปล่า?