ย้อนรอยเส้นทางชีวิต
“พิพัฒ” ถือเป็นแม่ทัพคนสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ทำให้ “มาม่า” ก้าวเป็นเบอร์ 1 อย่างแข็งแกร่งจนถึงปัจจุบัน หากย้อนเส้นทางการบริหารธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถือเป็น “ลูกหม้อ” ที่ได้รับความไว้วางใจจากนายห้างเทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้งเครือสหพัฒน์ ให้เข้ามาดูแล
ยิ่งกว่านั้นบทบาทการเป็นแม่ทัพของ “พิพัฒ” ยังเป็นหนึ่งใน 3 ทหารเสือ ที่ช่วยบริหารกิจการของเครือสหพัฒน์ ซึ่งประกอบด้วย “เสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” กุมบังเหียนเครือสหพัฒน์ และ “อภิชาติ ธรรมมโนมัย” นำทัพฟาร์มเฮ้าส์
ในโอกาสฉลอง 50 ปี “มาม่า” เมื่อปี 2565 “พิพัฒ” ได้ออกมาพบปะสื่อมวลชน พร้อมหน้าพร้อมตากับ “ทายาทพะเนียงเวทย์” ตลอดจนกุนซือธุรกิจ โดยหนึ่งในคัมภีร์ที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ฝ่าทุกปัจจัยรายล้อมมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย
- สินค้าดีมีคุณภาพตอบสนองความต้องการผู้บริโภค
- พันธมิตรดี มีเครือสหพัฒน์เป็น “พี่เลี้ยง”
- บริหารการลงทุนแบบพอเพียง ระมัดระวัง ไม่ทำอะไรเกินตัว
ในวัย 87 ปี “พิพัฒ” ยังคงมาทำงานอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่หนึ่งใน “ทายาท” บอกเล่าเรื่องราวการรับไม้ต่อ บริหารธุรกิจช่วยบิดา มักจะกล่าวเสมอ “พ่อผมมาทำงานเช้ากว่าผมอีก”
ท่ามกลางการบริหารธุรกิจบะหมี่ฯ ปี 2569 สื่อเครือเนชั่นฯ ได้พบเจอทายาทมาม่า ในงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ทั้ง เพชร พะเนียงเวทย์ และ พันธ์ พะเนียงเวทย์ ได้ยกให้ปีนี้สุดเหนื่อย สิ่งที่ทำกันอยู่ทุกวัน ล้วนเพื่อผลักดันให้เกิดการเติบโต จึงไถ่ถามถึงการพูดคุยกับบิดา มีการขอไอเดียอะไรบ้าง
คำตอบคือ “คุยกันตลอดแหละ แกจะบอกคำเดียวว่า..ระวัง อย่างเรื่องโรงงานใหม่ ผมจะรีบ แกก็บอกว่า ใจเย็นๆนะ รู้แล้วๆ เลยรายงานในบอร์ด โอเค เราเห็นตรงกันแหละ..ผมกับพ่อ 99% จะเห็นตรงกันอยู่แล้ว ก็เราคิดเหมือนเขา เพราะเราเดินตามเขา ทุกคนแหละ ก็มีคิดต่าง แต่โดยรวมเราเชื่อเขาไว้ก่อน”