มูลนิธิเอสซีจี ได้เริ่มให้ทุนระยะสั้นตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เรียนจบภายในเวลาไม่เกิน 1 ปี และมีงานรองรับ 100% ตัวอย่างเช่น ทุนผู้ช่วยพยาบาลที่โรงพยาบาลศิริราช, ทุนนักบริบาลชุมชนร่วมกับโรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น เพื่อสร้างอาชีพให้คนในชุมชนสามารถดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ได้, รวมถึงโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ที่มีทั้งทุนผู้ช่วยแพทย์แผนไทย และทุนฝึกอบรมขับรถโฟล์คลิฟต์สำหรับผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษเพื่อให้ออกมาแล้วมีวิชาชีพติดตัว ซึ่งเป็นโมเดลการสร้างงาน สร้างรายได้ และลดภาระของแพทย์พยาบาล โดยพิสูจน์ให้เห็นว่าทักษะวิชาชีพติดตัวสามารถสร้างการอยู่รอดได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปนั่งเรียนในระบบมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว
“มูลนิธิฯ ไม่ได้คัดเลือกเฉพาะเด็กที่เรียนเก่งที่สุดหรือยากจนที่สุด แต่ดูความตั้งใจจริงและความขาดแคลนเป็นหลัก โดยตั้งเกณฑ์ผลการเรียนพื้นฐานไว้ที่ 2.5 แต่หากเด็กมีปัญหาทางพัฒนาการจนผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์ มูลนิธิฯ ก็จะเข้าไปพูดคุยเพื่อหาทางดูแล ไม่ให้เด็กต้องเสียโอกาส ในอดีต มูลนิธิฯ ลงพื้นที่ตามโรงเรียนแต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาพูดคุยกับสถาบันการศึกษา รวมไปถึงเอกชน ผู้ประกอบการ ที่กำลังมองหาแรงงานที่มีทักษะ ในลักษณะเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเน้นสนับสนุนในสาขาที่ประเทศต้องการ”
นอกจากนี้ยังมี “ทุนผู้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม” ซึ่งเป็นทุนที่ตั้งใจมอบให้บุตรของผู้ที่ทำประโยชน์หรือเสียสละเพื่อสังคม เพื่อให้คนกลุ่มนี้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างอาชีพที่ได้รับทุน เช่น บุตรเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า, บุตรของนักข่าว รวมถึงเคสเหตุการณ์ เช่น พยาบาลที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะเดินทางไปช่วยผู้ป่วย, ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้เสียสละชีวิตปกป้องเด็กนักเรียน, อาสาสมัครในพื้นที่ภาคใต้, พนักงานดับเพลิง หรืออาสากู้ภัย ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่
ชุติพันธ์ อธิบายว่าทุนผู้บำเพ็ญประโยชน์ จะมีคณะกรรมการพิจารณาข้อมูลในหลากหลายแง่มุม และมีเครือข่ายระดับพื้นที่ คอยช่วยส่งข้อมูลเคสที่น่าสนใจเข้ามาให้พิจารณา ทั้งหมดนี้ชุติพันธ์ย้ำว่า มูลนิธิเอสซีจี ตระหนักดีเรื่องการจะผลักดันการศึกษาทั้งระบบต้องอาศัยเครือข่ายที่เข้มแข็ง จึงมีการทำงานเชื่อมโยงหรือประสานงานกับหน่วยงานอื่นอยู่เสมอ
เขมณัฎฐ์ พัฒนเมธาวัฒน์ Manger Scholarship and Relationship Management มูลนิธิเอสซีจี หนึ่งในทีมงานที่ดูแลนักเรียนทุน เล่าว่า สำหรับทุนการศึกษาที่มอบให้บุตรสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มูลนิธิเอสซีจี ได้มอบให้มาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันให้ไปแล้วทั้งหมด 184 ทุน คิดเป็นงบประมาณ 17 ล้านบาท ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนที่อยู่ในระบบ 82 คน โดยให้ทุนต่อเนื่องตั้งแต่ระดับชั้น ม.4 จนจบปริญญาตรี สัดส่วนของเด็กเล็ก ระดับชั้น ม.3 ลงมา ปัจจุบันมี 27 คน
การมอบโอกาสทางการศึกษาของมูลนิธิเอสซีจีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น แต่ได้ก้าวข้ามสู่โครงการพิเศษเพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำด้วย เขมณัฏฐ์ยกตัวอย่างเรื่องการติดตามผลผู้รับทุน ที่เมื่อพบว่าหลังจากเรียนจบ 6 เดือน เยาวชนประมาณ 70% มีงานทำ ส่วนอีก 30% ที่กำลังรองาน มูลนิธิฯ จึงได้จัดกิจกรรม "ติดอาวุธโค้งสุดท้าย" มาช่วย Upskilll ที่จำเป็น เช่น จำลองการสัมภาษณ์งาน สอนการเขียนเรซูเม่ และให้ความรู้ด้านการเงินและเทคโนโลยี เพื่อให้พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานด้วย
ทรานส์ฟอร์มด้วย AI พัฒนาคน ด้วย Self-awareness และ ปั้นทักษะ 3C
ภายใต้ความยิ่งใหญ่ของการดูแลเด็กนักเรียนทุนหลายร้อยชีวิต ภาพลักษณ์ของมูลนิธิเอสซีจียุคใหม่ถูกขับเคลื่อนด้วยความคล่องตัวจากทีมงาน 18 คน เคล็ดลับสำคัญคือการนำเทคโนโลยี AI ทั้งระบบตรวจเอกสารออนไลน์ และแชตบ็อทที่เข้ามาช่วยตอบคำถามน้องนักเรียนทุน
สุทธินุช กาญจนะวณิชย์ Head of Strategic Planning and Innovation Management มูลนิธิเอสซีจี ย้ำว่าการทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อลดบทบาทของคน แต่เพื่อคืนเวลาให้ทีมทำงานได้โฟกัสกับการรับฟัง เข้าใจปัญหา และคิดค้นโครงการใหม่เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“มูลนิธิฯ ได้ปรับเปลี่ยนระบบจากการเก็บเอกสารกระดาษมาเป็นระบบออนไลน์ และนำเทคโนโลยี AI (OCR) มาใช้ในการตรวจเอกสาร รวมถึงใช้ Bot มาช่วยตอบคำถาม เพื่อลดภาระงานเอกสารและคืนเวลาให้คนทำงานได้มีเวลาไปพูดคุยทำความเข้าใจเด็กมากขึ้น”
เมื่อถามถึงความท้าทายใหญ่ที่สุดที่มองเห็นในยุค AI สุทธินุช ยกให้การศึกษาที่ต้องปรับตัวให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่การเลือกสาขาวิชา แต่รวมถึงทักษะที่ตอบโจทย์การอยู่รอด มูลนิธิฯ จึงมุ่งเน้นส่งเสริม Soft Skills ที่สำคัญ คือ ทักษะ 3C ได้แก่ Collaboration (การทำงานร่วมกัน), Creativity (ความคิดสร้างสรรค์) และ Communication (การสื่อสาร) โดยมี Self-awareness หรือการรู้จักและเข้าใจตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ เพราะเมื่อเด็กรู้ว่าตัวเองถนัดอะไร มีคุณค่าอย่างไร และอยากเติบโตไปในทิศทางไหน ก็จะสามารถพัฒนาทักษะอื่น ๆ ได้อย่างมีเป้าหมาย
ที่สุดแล้ว วิสัยทัศน์ทั้งหมดสะท้อนว่ามูลนิธิเอสซีจีไม่ใช่แค่ผู้มอบเงินทุน แต่คือองค์กรนักคิดนักปฏิบัติ ที่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการประสานความร่วมมือ ในการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่การช่วยให้พวกเขารู้จักตัวเอง พัฒนาทักษะที่จำเป็น และพร้อมเติบโตในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน