“มีหลายท่านบอกผมว่า หลายครั้งที่ท่านไม่ว่าจะเรื่องไลฟ์สดขึ้นเฟซบุ๊ก ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่เมื่อวานนี้ท่านบอกว่าท่านจะจุดธูป ท่านพูดถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็คงหมายถึงใครไม่ได้นอกจากผม ท่านใช้คำว่าต้องจุดธูปเรียกมา ผมไม่รู้ว่าท่านมองผมเป็นอะไร แต่ผมมองท่านเป็นเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติมาโดยตลอด ผมบอกกับทุกหน่วยงานที่ผมกำกับว่าให้เห็นว่าเพื่อนสมาชิกเป็นผู้ทรงเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นซีกฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ทุกครั้งที่มีการร้องขอให้ตอบรับ เพราะพวกเขาเหล่านั้นมาจากประชาชน แต่นี่คือสิ่งที่ท่านพูดกับผมเหรอครับที่บอกว่าจะจุดธูปเรียกผม นี่คือสิ่งที่ผมได้รับเหรอครับ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
นายเจเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อวานนี้มีเหตุเพลิงไหม้ตนจึงไม่ได้อยู่ที่สภา เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องจุดธูปเรียกตน “ท่านบอกว่าจะให้เพื่อนสมาชิกข้างๆ มีธูปแล้วจะจุดเรียก เขามีน้ำมันไหมล่ะครับ ถ้าเขามีน้ำมัน ท่านก็ให้เขาราดน้ำมันใส่ท่านแล้วก็จุด เดี๋ยวผมจะมาดับไฟด้วยมือเปล่าให้ท่านเอง“
ขณะที่ นายจูรี ใช้สิทธิ์พาดพิง ระบุว่า ชีวิตตนเองกว่าจะถึงวันนี้ถูกดูหมิ่นดูแคลนมาทั้งชีวิต ไม่คิดว่าวันนี้คนที่จะมาด้อยค่าซ้ำเติมเป็นถึงรัฐมนตรี ที่ท่านใช้คำพูดว่าไม่มีความรู้ถือเป็นการด้อยค่า ซึ่งตนเองอภิปรายโดยรวมว่า สัดส่วนงบประมาณแทบจะให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยพิบัติน้อยมาก ยกตัวอย่างเทศบาลหาดใหญ่ที่ของบประมาณป้องกันน้ำท่วมแต่พูดไปแล้วก็ไม่นำพา ซึ่งนายกฯ ได้พูดไว้ว่างบสำหรับ บรรเทาสาธารณภัยคือ เตรียมสำหรับการเยียวยาเป็นหลัก จึงอยากให้มุ่งไปที่การป้องกัน แต่ไม่คิดว่าจะต้องถึงขนาดด้อยค่าดูถูกดูแคลนกันขนาดนี้