นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงาน ภปค. กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายมีจุดยืนและมีข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนี้
1.ขอให้เร่งดำเนินการตาม มาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ที่กำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 150 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้ โดยการคัดเลือกและการแต่งตั้ง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรที่เป็นนิติบุคคล ผู้แทนองค์กรเอกชน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมฯให้แล้วเสร็จสมบูรณ์
2. เมื่อได้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบถ้วนเต็มคณะแล้ว จึงควรเร่งพิจารณากฎหมายลำดับรองซึ่งเป็นหัวใจสำคัญหลักในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ กฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับการโฆษณา ตามมาตรา 32/1 32/2 และ 32/4 โดยขอให้ยึดตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่…) พ.ศ. … สภาผู้แทนราษฎร (เอกสารแนบ 2 ) อย่างเคร่งครัด
และ 3. ภาคีเครือข่ายยินดีสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการทำผิดกฎหมาย เพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสุขภาพประชาชน ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“แม้กฎหมายจะให้อำนาจคณะกรรมการโดยตำแหน่งที่มีอยู่ปัจจุบัน สามารถดำเนินการออกกฎหมายลำดับรองได้ก็จริงอยู่ แต่การมีคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆครบถ้วนตามกฎหมาย จะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความรอบคอบ สร้างสมดุลของกฎหมาย ลดข้อครหาว่ามีการรีบเร่งโดยขาดการมีส่วนร่วม ดังนั้นการทำอะไรแม้จะถูกกฎหมายแต่ก็ควรควบคู่ไปกับความชอบธรรมด้วย” นานธีรภัทร์ กล่าว