“ส่วนตัวคาดว่าอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับจะไปเกิดบนถนนสายรอง เกิดในพื้นที่ชุมชนมากกว่าถนนสายหลัก ด้วยผู้คนที่ลดการเดินทางลงจากสาเหตุน้ำมันแพงและค่าครองชีพสูง แต่ปัญหาจากการเมาทะเละวิวาท ล่วงละเมิดทางเพศน่าจะสูงขึ้น จากการเข้าไปเล่นน้ำในแต่ละพื้นที่ปล่อยให้มีการกินดื่มโดยขาดการควบคุม ละเมิดกฎหมาย ซึ่งท้ายสุดผลกระทบจะตกกับประชาชนที่ไม่ได้ดื่มด้วย กลับได้รับความไม่ปลอดภัยจากการขายและดื่มที่ขาดความรับผิดชอบ ตอนนี้ในหลายพื้นที่เล่นน้ำเริ่มมีการวางแผนยึดพื้นที่ค้าขายขายกันแล้ว ริมทาง ริมถนน ซึ่งผิดกฎหมายทั้งสิ้น หน่วยงานในพื้นที่ต้องรับผิดชอบกวดขันและไม่ควรแสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อน ความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” นายชูวิทย์ กล่าว
ด้านนายธีรภัทร์ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 ระบุว่า หากขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ส่วน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระบุว่าการเร่ขาย การขายเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด (11.00-24.00 น.) มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากขายให้เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีและคนเมา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ขายอาจต้องรับผิดทางแพ่งด้วย หากผู้ซื้อคนนั้นไม่ก่อความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินของผู้อื่น ดังนั้นเพื่อความสงบสุข ความปลอดภัยของประชาชน เครือข่ายจึงมีข้อเสนอ ดังนี้
1.ขอให้มีการออกตรวจและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในเรื่องของการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใบอนุญาตขายและการเร่ขาย
2.ในการตรวจจับ บังคับใช้กฎหมาย ควรกำหนดให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกิดจากการกระทำความผิด ถูกยึดไว้เอาก่อนเพื่อป้องกันการแอบนำออกมาจำหน่ายซ้ำ
3. ขอให้เร่งประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับผู้ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับเดิมและฉบับแก้ไข ทั้งเรื่อง สถานที่ขาย เวลาห้ามขาย ห้ามส่งเสริมการขาย ตลอดจนการห้ามขายให้เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีและคนเมาที่กฎหมายใหม่มีการปรับเพิ่มโทษปรับสูงถึง 100,000 บาท และยังกำหนดให้ผู้ขายต้องรับผิดทางแพ่งด้วยหากผู้ซื้อไปก่อความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น เพื่อป้องปรามการกระทำผิด และ 4. เครือข่ายภาคประชาสังคม พร้อมเป็นภาคีเฝ้าระวังการทำผิดกฎหมายและแจ้งเบาะแส สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้” นายธีรภัทร์ กล่าว
ขณะที่ นางสาวศิริเห็ญ ศิริสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี1 กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กรมสรรพสามิตปกติเราจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ประชาสัมพันธ์ในการออกใบอนุญาตจำหน่ายสุรา รวมถึงการลงโทษกรณีฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากนั้นยังมีประชาสัมพันธ์กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนเทศกาลสงกรานต์ ทางกรมสรรพสามิต จะมีการลงพื้นที่ตรวจตรา ให้มีการดำเนินการตามพรบ สรรพสามิตหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สำหรับสงกรานต์ถึงปีนี้ก็จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น