เนชั่นทีวี

ข่าว

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

03 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

เข้าสู่วันที่ 4 ขบวนธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำกก-โขง-สาละวิน เผยวิกฤตสารพิษจากเหมืองแร่ต้นน้ำทำลายระบบนิเวศ กระทบวิถีชีวิตผู้คน ชี้รัฐบาลต้องเร่งใช้กลไกระหว่างประเทศแก้ไขก่อนสายเกินแก้

เข้าสู่วันที่ 4 ขบวนธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำกก-โขง-สาละวิน เผยวิกฤตสารพิษจากเหมืองแร่ต้นน้ำทำลายระบบนิเวศ กระทบวิถีชีวิตผู้คน ชี้รัฐบาลต้องเร่งใช้กลไกระหว่างประเทศแก้ไขก่อนสายเกินแก้

KEY

POINTS

  • วิกฤตมลพิษจากเหมืองแร่: กิจกรรมทำเหมืองแร่ต้นน้ำในต่างประเทศ ส่งผลกระทบสะสมยาวนานกว่า 2 ปี ทำให้แม่น้ำ 5 สาย (กก, รวก, โขง, สาละวิน และอีกหนึ่งสาย) ปนเปื้อนสารพิษจนชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย

     
  • พลังธรรมยาตรา: พระสงฆ์และภาคประชาชนร่วมเดินขบวน 60 กิโลเมตร เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่คนในพื้นที่ และเรียกร้องให้สังคมหันมาเห็นความสำคัญ ของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต

     
  • ข้อเรียกร้องถึงภาครัฐ: เครือข่ายฯ จี้ให้ภาครัฐเร่งใช้กลไกการทูตและหน่วยงานระหว่างประเทศ จัดการที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง พร้อมหามาตรการเยียวยาประชาชน และฟื้นฟูระบบนิเวศโดยเร็วที่สุด

3 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ธรรมยาตรา 5 สายน้ำ สะท้อนวิกฤต แม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ จากกิจกรรมเหมืองแร่ที่กำลังกัดกินฐานทรัพยากรธรรมชาติและทำลายสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ต้นน้ำอย่างรุนแรง ภาคีเครือข่ายจึงรวมพลังเดินขบวนเรียกร้อง รัฐบาลไทย ให้เร่งจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างและประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปกป้อง ทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของภูมิภาค


วันนี้ (3 มิ.ย.) พระมหานิคม มหาภินิกฺขมฺโน เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าตอน พระอารามหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าอาวาสวัดภาวนานิมิต (น้ำยอน) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรม “ธรรมยาตรา 5 สายน้ำ เพื่อปกป้องแม่น้ำกก รวก โขง และสาละวิน” อย่างต่อเนื่อง เข้าสู่วันที่ 4 เพื่อสร้างการรับรู้ต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากการทำเหมืองแร่ จนส่งผลกระทบต่อแม่น้ำทั้ง 5 สาย รวมไปถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

 

โดยกิจกรรม “ธรรมยาตรา 5 สายน้ำ เพื่อปกป้องแม่น้ำกก รวก โขง และสาละวิน” จัดขึ้นทั้งหมด 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.-5 มิ.ย. 69 ซึ่งจะเป็นการเดินขบวนของพระสงฆ์และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกจากจังหวัดเชียงใหม่ มาที่จังหวัดเชียงราย รวมระยะทางตลอดกิจกรรม 60 กิโลเมตร

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

 

โดยวันนี้ (3 มิ.ย. 69) ถือเป็นวันที่ 4 ของกิจกรรม โดยในวันนี้มีพระสงฆ์และประชาชนประมาณ 150 คน เข้าร่วม โดยขบวนจะเริ่มที่โรงเรียนผาขวาง มุ่งหน้าหมู่บ้านบ้านแคววัวดำ ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร


พระมหานิคม มหาภินิกฺขมฺโน เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าตอน พระอารามหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าอาวาสวัดภาวนานิมิต (น้ำยอน) เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจ จากประชาชนตลอดเส้นทาง ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายเป็นอย่างดี สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นคือ การทำให้ผู้คนหันมาสนใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับแม่น้ำของเรา ในบางพื้นที่ประชาชนยังเข้าไม่ถึงข้อมูล เกี่ยวกับปัญหาการปนเปื้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้น ธรรมยาตราจึงเป็นทั้งการสร้างความตระหนักรู้ และเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 


 

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

การเดินครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับสองวันสำคัญ คือ วันวิสาขบูชาและวันสิ่งแวดล้อมโลก เป็นการนำหลักธรรมมาผสานกับการดูแลรักษาธรรมชาติ และสรรพชีวิตทั้งมวลบนโลก ทั้งนี้เมื่ออาตมาเคยสัมผัสกับแม่น้ำกกมาก่อน และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอย่างชัดเจน หากปล่อยให้ธรรมชาติทำงานตามกลไกของมัน ธรรมชาติก็สามารถดำรงอยู่ได้อย่างสมดุล แต่เมื่อมนุษย์เข้าไปแทรกแซงมากเกินไป ปัญหาก็เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัจเจกชน ชุมชน ภาคธุรกิจ หรือแม้แต่ภาครัฐ มุ่งมองแต่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยลืมไปว่าธรรมชาติคือฐานรองรับชีวิตของมนุษย์ทั้งหมด


พระมหานิคม มหาภินิกฺขมฺโน ยังกล่าวต่อถึงวิกฤตการณ์ปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำทั้ง 5 สายว่า สถานการณ์กำลังเลวร้ายลง แม่น้ำกก รวก โขง และสาละวิน คือเส้นเลือดหล่อเลี้ยงผู้คนและอารยธรรม เมื่อแม่น้ำปนเปื้อน ผลกระทบก็จะยาวนานและส่งต่อไปถึงคนรุ่นหลัง ยิ่งปล่อยให้ปัญหาดำเนินต่อไป สารพิษก็ยิ่งสะสมในระบบนิเวศมากขึ้นทุกปี


ประชาชนจำนวนมากรับรู้ว่า มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ แนวทางแก้ไข และผู้ที่ควรรับผิดชอบ หลายชุมชนรู้สึกว่าปัญหานี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ พวกเขาจะจัดการได้เพียงลำพัง ธรรมยาตราจึงเป็นโอกาสในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความหวังให้กับผู้คน

 

อยากเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือกิจกรรมเหมืองแร่ ที่ขาดความรับผิดชอบในพื้นที่ต้นน้ำ การทำเหมืองจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุม และกำกับดูแลอย่างเข้มงวด หากไม่สามารถป้องกันมลพิษได้ ก็ควรยุติหรือระงับการดำเนินงานไว้ก่อน จนกว่าจะมีมาตรการที่เหมาะสม เนื่องจากผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับสิ่งแวดล้อม แต่กระทบต่อการท่องเที่ยว สุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ขณะนี้เข้าสู่ปีที่สองของวิกฤตแล้ว แต่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน

 

นอกจากการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแล้ว ยังจำเป็นต้องมีมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาชุมชน ที่ได้รับผลกระทบด้วย ปัจจุบัน โดยเฉพาะในฤดูแล้ง ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถไว้วางใจแม่น้ำกก ในฐานะแหล่งน้ำที่ปลอดภัยได้อีกต่อไป


ต้องบอกว่า การตอบสนองของภาครัฐยังค่อนข้างล่าช้า ทั้งที่แม่น้ำเป็นเรื่องของความมั่นคง เพราะเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต การเกษตร และเศรษฐกิจของผู้คนจำนวนมาก หากแม่น้ำกกถูกทำลาย ก็ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงของทั้งภูมิภาค


ต้นตอของปัญหาอยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้ชาวบ้านบางส่วนจะรู้สึกว่า ปัญหานี้ยากเกินจะแก้ไข แต่ในความเป็นจริงยังมีกลไกความร่วมมือระหว่างรัฐอยู่  ทั้งในระดับการทูต กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ภาระส่วนใหญ่ ยังตกอยู่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ปัญหานี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนของรัฐอย่างจริงจัง 

 

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน

ธรรมยาตราปกป้อง 5 สายน้ำ แฉเหมืองแร่ทำพิษ จี้รัฐเร่งแก้ด่วน